คอมใครเครื่องอืดลองปิด 2 อย่างนี้ดูนะ 🍋

Microsoft ออกมายอมรับแบบตรง ๆ แล้วว่า มีฟีเจอร์อยู่สองอย่างใน Windows 11 และ Windows 10 ที่อาจทำให้เครื่องของคุณรู้สึก “หน่วง” หรือ “อืด” กว่าปกติ แม้ว่าฟีเจอร์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้นก็ตาม

.

อย่างแรกคือการ ซิงก์ไฟล์อัตโนมัติของ OneDrive ที่เอาไว้สำรองข้อมูลในเครื่องไว้บนคลาวด์ แต่ในเบื้องหลัง มันจะมีการอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์อยู่ตลอดเวลา ทำให้กินทรัพยากรของเครื่อง ทั้ง CPU และอินเทอร์เน็ตไปไม่น้อย Microsoft เองก็ยอมรับว่า “การซิงก์ OneDrive สามารถทำให้เครื่องช้าลงได้จริง” และแนะนำให้ลอง “หยุดการซิงก์ชั่วคราว” เพื่อดูว่าเครื่องจะเร็วขึ้นไหม

.

ข่าวดีก็คือ Microsoft บอกว่าด้วย ดีไซน์ใหม่ของแอป OneDrive บน Windows 11 ที่เพิ่งเปิดตัวไป จะช่วยลดปัญหานี้ลงได้พอสมควร โดยมีการปรับระบบเบื้องหลังให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง และจัดการการซิงก์ให้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ต้องคอยอัปโหลดไฟล์แบบต่อเนื่องตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน

.

อีกฟีเจอร์คือ เอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว (Visual Effects) ของสวยงามบน Windows 11 Microsoft บอกตรง ๆ ว่า เอฟเฟกต์เหล่านี้ “ใช้ทรัพยากรเครื่องเพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะถ้าเครื่องมี RAM น้อย แต่ก็มีทางแก้ง่าย ๆ แค่เข้าไปปิด Animation Effect ใน Settings หรือพิมพ์ “performance” ในช่องค้นหา แล้วเลือก “Adjust the appearance and performance of Windows” จากนั้นกด “Adjust for best performance” ก็ช่วยให้เครื่องลื่นขึ้นได้ทันที

.

นอกจากนั้น Microsoft ยังแนะนำทริกพื้นฐานที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย เช่น อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ล้างพื้นที่เก็บข้อมูลให้เหลือพอ ตรวจไวรัสเป็นประจำ แล้วก็อย่าลืมรีสตาร์ตเครื่องบ้างเป็นระยะ เพราะบางครั้งการรีสตาร์ตก็ช่วยเคลียร์หน่วยความจำชั่วคราวได้เยอะเลย

.

ที่มา : Neowin

#ข่าวไอที #คอมพิวเตอร์ #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

2025/10/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณค้นหาแนว ๆ “ปิด service Windows 11 ไม่จำเป็น” เพราะเครื่องช้า/หน่วง บอกเลยว่าก่อนจะไปปิดบริการระบบมั่ว ๆ ผมแนะนำให้เริ่มจาก 2 จุดที่ “เห็นผลไวและปลอดภัย” มากกว่า นั่นคือ OneDrive Sync กับ Animation/Visual effects (ตามที่ในรูปก็เป็นหน้าปิด Animation effects และไอคอน OneDrive แบบหยุดชั่วคราว) 1) หยุดซิงก์ OneDrive ชั่วคราว (ลดโหลด CPU/ดิสก์/เน็ต) หลายเครื่องอืดเพราะ OneDrive อัปโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์ตลอด โดยเฉพาะช่วงเปิดเครื่องใหม่ ๆ หรือมีไฟล์รูป/วิดีโอเยอะ ๆ วิธีทำ: คลิกไอคอน OneDrive (ก้อนเมฆ) มุมขวาล่าง > Settings (รูปเฟือง) > Pause syncing > เลือก 2 ชั่วโมง/8 ชั่วโมง/24 ชั่วโมง แล้วลองใช้งานดูว่า “ลื่นขึ้นไหม” ทิปจากที่ผมลอง: ถ้าเครื่องลื่นขึ้นชัด แปลว่า OneDrive เป็นตัวกินทรัพยากรหลัก แก้ต่อได้โดย - จำกัดการซิงก์เฉพาะโฟลเดอร์จำเป็น (Settings > Account > Choose folders) - ตั้งให้ซิงก์ตอนว่าง ๆ ไม่ใช่ช่วงทำงาน - หรือถ้าไม่ใช้จริง ๆ ค่อยพิจารณาเอาออกจาก Startup (Task Manager > Startup apps) 2) ปิด Animation/Visual effects (เหมาะมากกับเครื่อง RAM น้อย) เอฟเฟกต์เลื่อน/เฟด/แอนิเมชันสวย ๆ ทำให้รู้สึกลื่นตา แต่กินทรัพยากร โดยเฉพาะโน้ตบุ๊กเก่า ๆ วิธีทำแบบเร็ว: Settings > Accessibility (หรือ System แล้วแต่เวอร์ชัน) > Visual effects > ปิด “Animation effects” วิธีทำแบบจัดเต็ม: กดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์ “performance” > เลือก “Adjust the appearance and performance of Windows” > เลือก “Adjust for best performance” (หรือ Custom แล้วติ๊กไว้เฉพาะที่อยากได้) แล้ว “service ไม่จำเป็น” ควรปิดอะไรดี? ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้ปิด Windows services แบบสุ่ม เพราะบางตัวเกี่ยวกับการอัปเดต ความปลอดภัย เน็ตเวิร์ก หรืออุปกรณ์ต่อพ่วง ปิดผิดอาจทำให้พิมพ์ไม่ได้ ต่อ Wi‑Fi ไม่ติด หรืออัปเดตพัง แนวทางที่ปลอดภัยกว่า: - ไปที่ Task Manager > Startup apps แล้วปิดแอปที่ไม่จำเป็นตอนเปิดเครื่อง (เช่นแชต/เกม launcher) - เช็กตัวกินเครื่อง: Task Manager > Processes เรียงตาม CPU/Disk/Memory แล้วดูว่าตัวไหนพุ่ง - ล้างพื้นที่ดิสก์ให้พอ (Storage Sense) และรีสตาร์ตบ้างเพื่อเคลียร์หน่วยความจำชั่วคราว สรุป: ถ้าเป้าคือ “ทำให้ Windows 11/10 หายอืด” ให้เริ่มจากหยุด OneDrive Sync และปิด Animation effects ก่อน เพราะปลอดภัย ทำง่าย และเห็นผลจริงกับหลายเครื่อง จากนั้นค่อยไล่ลดโปรแกรม Startup แทนการไปปิด service แบบเสี่ยง ๆ