ของดี...เฮียเก็บไว้เถอะครับ 🚨
มีรายงานว่าพบผู้ใช้รายหนึ่งถูก BitLocker ล็อกไดรฟ์โดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อีกเลย และสูญเสียไฟล์กว่า 3TB เหตุเกิดจากระบบเข้ารหัสของ Windows ที่เปิดทำงานอัตโนมัติโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้
.
ผู้ใช้ Reddit ชื่อ Toast_Soup เล่าว่า คอมพิวเตอร์ของเขาทำงานช้าลง จึงตัดสินใจลง Windows 11 ใหม่แบบคลีนทั้งหมด หลังติดตั้งเสร็จกลับพบว่าไดรฟ์ D และ E ที่เก็บข้อมูลสำรองไว้เต็ม ถูกล็อกด้วย BitLocker และระบบขอ Recovery Key ซึ่งเขาไม่เคยสร้างหรือรู้ว่ามีอยู่เลย พอพยายามกู้ข้อมูลก็ไม่สำเร็จ เพราะ BitLocker ออกแบบมาให้ปลอดภัยสูงสุด หากไม่มีคีย์ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อีก
.
สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะ Windows 11 บางเครื่องเปิดใช้ BitLocker อัตโนมัติทันทีเมื่อผู้ใช้ล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft ระหว่างการตั้งค่าเริ่มต้น ระบบจะเข้ารหัสไดรฟ์ทั้งหมดและเก็บกุญแจไว้ในคลาวด์ แต่บางครั้งคีย์นั้นไม่ถูกซิงก์ ทำให้เมื่อรีเซ็ตหรือลงระบบใหม่ ไฟล์ทั้งหมดก็ถูกล็อกถาวร
.
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัญหานี้อาจเกิดกับเครื่องใหม่จากโรงงาน หรือกล่องฮาร์ดดิสก์บางรุ่นที่ระบบมองว่าเป็นไดรฟ์ถาวรและเข้ารหัสให้อัตโนมัติ รวมถึงอาจทำให้ความเร็ว SSD ลดลง เพราะต้องเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลตลอดเวลา
.
หากใช้ Windows 10 หรือ 11 แนะนำให้ตรวจสอบที่ Settings > Privacy & security > Device encryption หากเปิดอยู่ให้เข้าไปดูในบัญชี Microsoft แล้วบันทึกคีย์ไว้ทันที กรณีที่อยากใช้ฟีเจอร์นี้ต่อนะ หรือปิดฟีเจอร์นี้ไปเลยก็ได้หากไม่จำเป็น พร้อมทำสำรองข้อมูลไว้หลายชุด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย เพราะเมื่อ BitLocker ล็อกแล้ว ไม่มีคีย์อยู่ในมือ ก็แทบไม่มีทางกู้คืนได้อีกเลย
.
ที่มา : tomshardware
BitLocker เป็นฟีเจอร์ระบบเข้ารหัสดิสก์ที่ช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ แต่ในทางกลับกันหากเปิดใช้งานโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ได้จัดเก็บ Recovery Key อย่างเหมาะสม อาจเกิดปัญหาข้อมูลถูกล็อกและไม่สามารถกู้คืนได้ โดยเฉพาะใน Windows 11 ที่บางเครื่องเปิดใช้ BitLocker อัตโนมัติทันทีเมื่อเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Microsoft จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะการเข้ารหัสโดยเข้าไปที่ Settings > Privacy & security > Device encryption หากพบว่าเปิดใช้งานอยู่ ควรเข้าไปล็อกอินบัญชี Microsoft เพื่อดาวน์โหลดหรือบันทึก BitLocker recovery key ไว้ในเครื่องหรือบนคลาวด์อย่างปลอดภัย นอกจากนี้การสำรองข้อมูลไฟล์สำคัญไว้หลายชุดเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เช่น ใช้ฮาร์ดไดรฟ์สำรองหรือบริการคลาวด์ที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต แม้ BitLocker จะเพิ่มความปลอดภัยให้ข้อมูลโดยการเข้ารหัส อุปกรณ์บางรุ่นอาจพบว่าความเร็ว SSD ลดลงเพราะต้องเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลแบบเรียลไทม์ จึงควรพิจารณาเปิดฟีเจอร์นี้เฉพาะเมื่อจำเป็นจริงๆ ในกรณีที่เกิดปัญหาไดรฟ์ถูกล็อกโดยไม่มี Recovery Key อยู่ในมือ โอกาสกู้ข้อมูลคืนแทบเป็นไปไม่ได้เลย จึงต้องระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้อย่างละเอียดก่อนใช้งาน สรุปแล้ว ผู้ใช้ Windows 10 และ 11 ควรตรวจสอบการตั้งค่า Device encryption อย่างสม่ำเสมอและจัดเก็บ BitLocker recovery key ไว้ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญสูญหายจากการล็อกไดรฟ์โดยไม่ตั้งใจ

