ไวรัสพันธ์ุใหม่ที่มี AI ขับเคลื่อน 🚨

Google Threat Intelligence Group หรือ GTIG ได้เผยรายงานใหม่ที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกไซเบอร์ เพราะตอนนี้แฮกเกอร์ไม่ได้ใช้ AI แค่ช่วยทำงานหรือเขียนโค้ดอีกต่อไป แต่เริ่มนำ AI มาใส่ในมัลแวร์ให้มัน “คิดเองและปรับตัวเอง” ได้ระหว่างการโจมตีจริง เรียกว่าเป็นยุคใหม่ของสงครามไซเบอร์ที่เครื่องมือโจมตีสามารถเรียนรู้และหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ด้วยตัวเอง

.

มัลแวร์รุ่นใหม่ที่ Google พบ เช่น PROMPTFLUX และ PROMPTSTEAL ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLM ในระหว่างการทำงานเพื่อสร้างสคริปต์อันตรายขึ้นใหม่ทุกครั้งที่รัน PROMPTFLUX เขียนด้วย VBScript และสามารถส่งคำสั่งไปยัง API ของ Gemini เพื่อให้ช่วยเขียนโค้ดใหม่ที่ซับซ้อนและเข้ารหัสตัวเองเพื่อหลบแอนติไวรัส ส่วน PROMPTSTEAL ถูกใช้โดยกลุ่ม APT28 จากรัสเซียในการโจมตียูเครน มันปลอมเป็นโปรแกรมสร้างภาพและใช้โมเดล Qwen เพื่อสร้างคำสั่งที่เอาไว้ขโมยข้อมูลในเครื่องโดยที่ไม่มีโค้ดที่เขียนไว้ล่วงหน้า

.

ที่น่าสนใจคือแฮกเกอร์บางกลุ่มเริ่มใช้เทคนิค Social Engineering กับ AI เพื่อหลอกให้โมเดลช่วยเขียนโค้ดอันตราย โดยใช้ข้ออ้างที่ดูเหมือนเป็นการทดลองหรือทำเพื่อการศึกษา เช่น แกล้งเป็นผู้เข้าแข่งขัน Capture-the-Flag เพื่อให้ Gemini แนะนำช่องโหว่ หรืออ้างเป็นนักศึกษาที่ทำโปรเจกต์จบเพื่อขอให้ AI ช่วยเขียนโค้ด ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าแฮกเกอร์ไม่ได้หลอกแค่คนอีกต่อไป แต่เริ่มหลอก AI ด้วย

.

รายงานยังบอกว่าตลาดมืดของเครื่องมือ AI สำหรับโจมตีก็เติบโตขึ้นอย่างมากในปี 2025 มีบริการขายเครื่องมืออย่าง WormGPT, FraudGPT และ LoopGPT ที่ช่วยทำทุกอย่างตั้งแต่เขียนอีเมลฟิชชิง สร้างมัลแวร์ ไปจนถึงหาช่องโหว่ของระบบ

.

ทำให้แม้แต่แฮกเกอร์มือใหม่ก็สามารถโจมตีได้ซับซ้อนขึ้นง่ายกว่าเดิม ขณะเดียวกันกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เช่น เกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน ก็ใช้ AI เหล่านี้ในทุกขั้นตอนของการโจมตี ตั้งแต่การหาข้อมูล เตรียมฟิชชิง ไปจนถึงการพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ควบคุมและขโมยข้อมูล

.

เพื่อตอบโต้สถานการณ์นี้ Google ได้ปิดบัญชีและโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ไม่หวังดี พร้อมปรับปรุงโมเดล Gemini ให้ฉลาดขึ้นและป้องกันการถูกใช้ในทางที่ผิด รวมถึงร่วมมือกับทีม DeepMind เพื่อพัฒนาเครื่องมืออย่าง Big Sleep และ CodeMender ที่ใช้ AI ตรวจจับและซ่อมแซมช่องโหว่ได้อัตโนมัติ เป้าหมายคือสร้าง AI ที่ทั้งล้ำหน้าและปลอดภัย เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบในยุคที่ AI กลายเป็นทั้งอาวุธและเกราะในเวลาเดียวกัน

.

ที่มา : Google

#ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

2025/11/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากภาพและเนื้อหาที่พูดถึง แนวคิดของ "Skynet AI" ในมัลแวร์หมายถึงระบบที่สามารถคิดและปรับเปลี่ยนโค้ดของตัวเองได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งจากมนุษย์ การที่ AI มีบทบาทสำคัญในกระบวนการโจมตีทำให้มัลแวร์เหล่านี้สามารถเรียนรู้วิธีการหลบหลีกการตรวจจับของระบบแอนติไวรัสได้อย่างชาญฉลาด ประสบการณ์จากหลายแหล่งข่าวและนักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ชี้ว่าเทคโนโลยี AI ที่แฮกเกอร์ใช้ในตอนนี้ก้าวไปไกลกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก การใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง Gemini หรือ Qwen ในการสร้างสคริปต์แบบไดนามิก การเข้ารหัสตัวเอง หรือแม้กระทั่งการสร้างคำสั่งโดยไม่มีการเตรียมโค้ดล่วงหน้านั้น ถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับนักป้องกันข้อมูล ในฐานะผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี เราควรตระหนักถึงความเสี่ยงนี้และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น การอัพเดตระบบและซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ การใช้ระบบป้องกันที่มีความสามารถตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ และเรียนรู้เรื่องข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การรับรู้และเข้าใจวิธีการที่แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อโจมตียังช่วยให้เรารับมือกับภัยคุกคามในยุคที่เทคโนโลยีสามารถกลายเป็นทั้งเครื่องมือสร้างสรรค์และอาวุธไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ