ดีมาก ทำผิดก็ยอมรับ แล้วแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว 🍋

จากที่ก่อนหน้านี้หลายคนเริ่มเจออาการแปลก ๆ บน Windows 11 ไม่ว่าจะเป็น Start Menu เปิดไม่ขึ้น Taskbar หาย Explorer ค้าง หรือแอปที่ใช้ XAML พังกันเป็นแถว ล่าสุด Microsoft ออกมาอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมแล้วว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบน Windows 11 รุ่น 24H2 เท่านั้น แต่ 25H2 ก็โดนไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้เป็นเพียงการคาดการณ์เพราะ Windows ทั้ง 2 เวอร์ชันนี้ใช้พื้นฐานโค้ดชุดเดียวกัน

.

Microsoft ระบุว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการอัปเดตบางตัวตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากแพตช์ KB5062553 บน 24H2 ก่อนจะลุกลามมาถึงแพตช์ของ 25H2 ทั้ง KB5065789 ในรอบพรีวิวเดือนกันยายน และ KB5066835 ที่ออกช่วงตุลาคม รวมไปถึงอัปเดตล่าสุด KB5070311 ก็อยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกที่หลายองค์กรเริ่มเจออาการคล้าย ๆ กันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

.

Microsoft ชี้ว่าผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่ต้องกังวล เพราะอาการนี้เกิดขึ้นกับระบบที่ถูกจัดการแบบองค์กรเป็นหลัก โดยเฉพาะพวกเครื่องที่ต้องทำ Provisioning หรือระบบแบบ VDI ที่ต้องติดตั้งแพ็กเกจทุกครั้งที่ล็อกอินใหม่ ทำให้บริการที่พึ่งพา XAML อย่าง StartMenuExperienceHost ระบบค้นหา หรือแม้แต่ Explorer เริ่มทำงานไม่ทัน และพังตามกันเป็นลูกโซ่ ต่างจากคอมบ้านที่แทบไม่อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน โอกาสเจอปัญหาจึงน้อยมาก

.

Microsoft ยังเพิ่มรายละเอียดอาการที่พบอย่างเป็นทางการ ไล่ตั้งแต่ผู้ใช้ล็อกอินแล้วเจอหน้าจอดำ Explorer เปิดมาแล้วเด้งออก Taskbar ไม่แสดงผล Start Menu ไม่ตอบสนอง จนถึง Settings ที่เปิดแล้วหายไปหน้าตาเฉย

.

รวมถึงโปรแกรมที่ใช้ XAML หลายตัวที่เปิดไม่ขึ้นหรือแครชทันทีที่เริ่มทำงาน แต่ถึงแม้ปัญหาจะดูหนักแบบนั้น วิธีแก้ชั่วคราวก็ยังคงเหมือนเดิม ยังไม่มีพตช์ออกมาแก้ถาวร คือการสั่ง register แพ็กเกจของระบบใหม่ผ่าน PowerShell และใช้สคริปต์ช่วยหน่วงไม่ให้ Explorer รันก่อนโหลดข้อมูลเสร็จ เพื่อกันไม่ให้ระบบล้มตั้งแต่ตอนเริ่มทำงาน

.

ที่มา : neowin

#รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ข่าวไอที #ไอที

2025/12/12 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากข้อมูลล่าสุดของ Microsoft เห็นได้ชัดว่าบั๊ก UI บน Windows 11 รุ่น 24H2 และ 25H2 เกิดขึ้นเนื่องจากอัปเดตแพตช์หลายตัวที่ออกตั้งแต่กลางปี 2025 รวมถึง KB5062553, KB5065789, KB5066835 และ KB5070311 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในองค์กรที่มีการจัดการระบบอย่างเข้มงวด เช่น เครื่องที่ต้องทำ Provisioning หรือระบบ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) ที่ติดตั้งแพ็กเกจทุกครั้งที่ล็อกอิน การทำงานของบริการที่ใช้ XAML อย่าง StartMenuExperienceHost หรือ Explorer จึงผิดพลาดและทำงานช้าลง จนอาจเกิดอาการหน้าจอดำ, Taskbar ไม่แสดง หรือเปิด Settings ไม่ได้ตามมา อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ตามบ้านหรือคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อยู่ในระบบองค์กรทั่วไป โอกาสที่จะเจอกับปัญหานี้ถือว่าน้อยมาก ทำให้ความกังวลในแง่การใช้งานทั่วไปไม่สูงนัก ในเชิงเทคนิค วิธีแก้ชั่วคราวที่แนะนำโดย Microsoft คือการรันคำสั่ง register แพ็กเกจระบบใหม่ผ่าน PowerShell และใช้สคริปต์เพื่อหน่วงเวลาไม่ให้ Explorer เริ่มทำงานทันทีจนกว่าไฟล์ข้อมูลจะโหลดเสร็จ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ระบบล้มในระหว่างเริ่มต้นใช้งานจนกว่าจะแก้ไขบั๊กถาวรได้ สิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลระบบ IT ควรทราบคือ ต้องตรวจสอบและจัดการอัปเดตตามที่ Microsoft ได้แจ้งไว้ พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรับมือการแก้ปัญหาในกรณีที่เครื่องลูกข่ายได้รับผลกระทบ โดยควรติดตามข่าวสารและแพตช์ล่าสุดอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การทำความเข้าใจและรับมือบั๊กนี้อย่างถูกวิธีจะช่วยลดผลกระทบต่อการทำงานของพนักงานในองค์กรและรักษาประสิทธิภาพของระบบได้อย่างเหมาะสม สำหรับผู้สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาบั๊ก UI บน Windows 11 รุ่นนี้ แนะนำให้ติดตามประกาศจาก Microsoft และเว็บไซต์ไอทีชั้นนำ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต