Dell เดินเกมพลาด เตรียมนำแบรด์ XPS กลับมา 🍋

หลังจากสร้างความสับสนให้ผู้ใช้งานด้วยการปรับโครงสร้างชื่อโน้ตบุ๊กไปใช้ Dell, Dell Pro และ Dell Pro Max เมื่อปี 2025 ล่าสุด Dell ดูเหมือนจะยอมรับเสียงสะท้อนจากตลาด ด้วยการนำแบรนด์ในตำนานอย่าง XPS (Extreme Performance Systems) กลับมาใช้อีกครั้งอย่างเป็นทางการในงาน CES 2026

.

การกลับมาของ XPS เปิดตัวพร้อมโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่สองรุ่นคือ XPS 14 และ XPS 16 ซึ่งถูกวางตำแหน่งเป็นกลุ่มพรีเมียมเรือธง แตกต่างจากไลน์ Dell สำหรับใช้งานทั่วไป และ Alienware สำหรับเกมเมอร์ โดยชื่อ XPS จะถูกติดไว้บนตัวเครื่องโดยตรงเป็นครั้งแรก

.

XPS 14 และ XPS 16 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวเครื่องอะลูมิเนียมแบบ CNC-machined มีดีไซน์เรียบหรู บางเบาที่สุดเท่าที่ Dell เคยทำมา XPS 14 มีน้ำหนักราว 3 ปอนด์ ส่วน XPS 16 อยู่ที่ประมาณ 1.6 กิโลกรัม ความบางเพียง 14.6 มิลลิเมตร

.

พร้อมการแก้ไขจุดที่ผู้ใช้วิจารณ์ในรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการนำแถวปุ่ม Function แบบปกติกลับมา และการทำขอบเขตทัชแพดแบบ Haptic ให้เห็นชัดขึ้นด้วยการยิงเลเซอร์บนกระจก

.

ด้านหน้าจอมีตัวเลือกทั้ง IPS LCD 2K และ OLED ความละเอียดสูง รองรับอัตรารีเฟรชแบบปรับอัตโนมัติตั้งแต่ 1–120Hz เพื่อความลื่นไหลและการประหยัดพลังงานตามลักษณะการใช้งาน

.

ขุมพลังภายในใช้ Intel Core Ultra Series 3 พร้อมกราฟิก Intel Arc 12 Xe Cores ประมวลผล AI ได้รวดเร็วขึ้น กล้องเว็บแคม 8MP/4K รุ่นใหม่ และแบตเตอรี่เซลล์ความหนาแน่นพลังงาน 900ED ที่เล็กลงแต่จุไฟได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังออกแบบให้ซ่อมและอัปเกรดได้ง่ายขึ้นด้วยโครงสร้างแบบโมดูลาร์

.

XPS 14 เปิดราคาที่ 2,049.99 เหรียญ และ XPS 16 ที่ 2,199.99 เหรียญในสหรัฐฯ โดย Dell ยืนยันว่าจะมี XPS 13 รุ่นบางเบาและราคาจับต้องได้ เปิดตัวตามมาในปีนี้ เพื่อขยายไลน์ XPS ให้ครอบคลุมผู้ใช้มากขึ้น

.

ที่มา : Dell, theverge

#ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้ #ไอที

1/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากที่ Dell ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างชื่อโน้ตบุ๊กเป็น Dell, Dell Pro และ Dell Pro Max เมื่อปี 2025 แล้วได้รับเสียงวิจารณ์ไม่ค่อยดีนักจากผู้ใช้งานเรื่องความสับสนในแบรนด์ จนต้องหวนกลับมาใช้ชื่อ XPS อีกครั้งในงาน CES 2026 ซึ่งในมุมของผู้ใช้งานอย่างผมแล้ว รู้สึกว่า XPS เป็นแบรนด์ที่มีจุดขายชัดเจนในเรื่องของประสิทธิภาพและดีไซน์ระดับพรีเมียม ทำให้การคืนชีพในครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก การเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ที่มีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมและบางเพียง 14.6 มิลลิเมตร ถือเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กบางเบาแต่ยังคงสมรรถนะสูงจากซีพียู Intel Core Ultra Series 3 และการ์ดจอ Intel Arc ที่ช่วยให้การประมวลผล AI และการใช้งานกราฟิกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่ชอบมากคือการกลับมาใช้แถวปุ่ม Function แบบปกติและการพัฒนาโซนทัชแพดด้วยเทคนิคยิงเลเซอร์ ทำให้ใช้งานได้สะดวกและแม่นยำขึ้น ในเรื่องของหน้าจอที่มีตัวเลือกทั้ง IPS LCD 2K และ OLED พร้อมรีเฟรชเรตแบบอัตโนมัติ 1–120Hz นั้น ทำให้ประสบการณ์การใช้งานมีความลื่นไหลและประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับทั้งงานทั่วไปและงานครีเอทีฟที่ต้องการความละเอียดสูง นอกจากนี้ความสามารถในการซ่อมบำรุงและอัปเกรดที่ง่ายขึ้นด้วยโครงสร้างแบบโมดูลาร์ ถือเป็นอีกจุดเด่นที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างมาก จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้ใช้งานโน้ตบุ๊กที่เบาและบาง แต่ยังแรงพอสำหรับการทำงานหนัก ส่งผลให้ผมสามารถพกพา XPS ไปใช้งานในหลายสถานการณ์ได้สะดวก เช่น การประชุมงานนอกสถานที่ และการทำงานบนท้องถนนโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งนี้ราคาของ XPS 14 และ XPS 16 ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ อยู่ราว 2,000 เหรียญ คือระดับที่สะท้อนคุณภาพและฟีเจอร์ครบครัน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมที่ใช้ได้หลากหลายงานจริงๆ โดยสรุป การกลับมาของแบรนด์ XPS จาก Dell ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนจากข้อผิดพลาดเดิม และการตัดสินใจครั้งนี้น่าจะช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานที่ยังอยากเห็นนวัตกรรมและดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมจาก Dell มากขึ้นอย่างแน่นอน

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Wul Lop
Wul Lop

👍