ไขข้อข้องใจ Barcode กับ QR Code ต่างกันอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นตากับสิ่งนี้กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตอนจ่ายเงินหน้าร้าน หรือสแกนจ่ายผ่านมือถือ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า Barcode กับ QR Code ต่างกันอย่างไร

.

จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบคือรหัสสำหรับเก็บข้อมูลเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่รูปแบบและความสามารถในการบันทึกข้อมูล โดยระบบจะนำข้อมูลต้นฉบับมาเข้ารหัสให้อยู่ในรูปแบบลวดลายที่มองเห็นเป็นเส้นหรือจุด เพื่อให้เครื่องสแกนสามารถอ่านและถอดกลับมาเป็นข้อมูลเดิมได้

.

Barcode เป็นรหัสแบบ 1 มิติ ลักษณะเป็นเส้นขีดดำเรียงกันบนพื้นขาว เก็บข้อมูลในแนวนอน จึงบันทึกข้อมูลได้ไม่มาก ส่วนใหญ่ใช้แทนตัวเลขรหัสสินค้า แล้วให้ระบบไปดึงรายละเอียดจากฐานข้อมูลอีกที เหมาะกับงานขายหน้าร้านและการจัดการคลังสินค้า

.

ส่วน QR Code เป็นรหัสแบบ 2 มิติ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมที่ประกอบด้วยจุดเล็ก ๆ จำนวนมาก สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน จึงบันทึกข้อมูลได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นลิงก์เว็บไซต์ ข้อความยาว ๆ หรือข้อมูลสำหรับสแกนจ่ายเงิน อีกทั้งยังสแกนได้จากทุกทิศทาง และอ่านข้อมูลได้แม้บางส่วนจะเสียหาย

.

อ้างอิง : barcodethai

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

2/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งเริ่มทำร้านค้า (หน้าร้าน/ออนไลน์) คำถามที่เจอบ่อยมากคือ “barcode คืออะไร” แล้ว “qr code คืออะไร” ทำไมบางที่ใช้เส้น ๆ แต่บางที่เป็นสี่เหลี่ยมจุด ๆ เวลาใช้งานจริงมันต่างกันมากกว่าที่คิดค่ะ เริ่มจาก Barcode คือ “รหัสแทนข้อมูล” แบบ 1 มิติ (1D) หน้าตาเป็นเส้นดำบนพื้นขาว สิ่งที่มันเก่งคือการเป็น “รหัสอ้างอิง” เช่น รหัสสินค้า (SKU/รหัสในระบบ) พอเครื่องยิงบาร์โค้ดอ่านได้ ระบบหลังบ้านจะไปดึงชื่อสินค้า ราคา สต๊อก จากฐานข้อมูลอีกที ดังนั้นบาร์โค้ดเหมาะมากกับงานร้านค้าและคลังสินค้า เช่น ติดที่ฉลากสินค้าเพื่อสแกนรับเข้า-เบิกออก ตรวจนับสต๊อก หรือคิดเงินที่แคชเชียร์ เพราะอ่านเร็วและเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานาน ส่วน QR Code คือรหัสแบบ 2 มิติ (2D) เก็บข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เลยใส่ข้อมูลได้มากกว่า เช่น ลิงก์เว็บไซต์ ข้อความยาว ๆ คูปอง/โปรโมชัน เมนูร้าน หรือข้อมูลสำหรับ “สแกนจ่ายเงิน” ที่เราคุ้นเคยกัน ข้อดีที่ชอบคือสแกนได้จากหลายทิศทาง และโดยธรรมชาติของ QR Code มักอ่านได้แม้โค้ดจะมีส่วนเสียหายเล็กน้อย (ช่วยให้ใช้งานหน้าร้านได้ลื่นขึ้นเวลาโค้ดเลอะ/ยับ) ถ้าโฟกัสคำว่า “qr code ร้านค้า” แนะนำให้แยกใช้ตามงานเลย: - งานคิดเงิน/สต๊อก: ใช้ Barcode ติดสินค้าจะสะดวกสุด เพราะยิงเร็ว ระบบ POS/คลังสินค้ารองรับดี - งานจ่ายเงิน: ใช้ QR Code (เช่น QR รับชำระ) ลูกค้าใช้มือถือสแกนได้ทันที ไม่ต้องมีเครื่องอ่านเส้นแบบเฉพาะ - งานการตลาด: ใช้ QR Code ทำเป็นลิงก์ไปหน้าโปรโมชัน สมัครสมาชิก รับคูปอง หรือรวมลิงก์โซเชียล ทิปเล็ก ๆ จากประสบการณ์ใช้งานหน้าร้าน: พิมพ์โค้ดให้ “คมชัดและมีพื้นที่ว่างรอบ ๆ” จะช่วยให้สแกนติดง่ายมาก โดยเฉพาะ QR Code ควรหลีกเลี่ยงพื้นหลังลาย ๆ และอย่าบีบให้เล็กเกินไป ถ้าต้องติดที่จุดโดนขูดขีดบ่อย (เช่น หน้าเคาน์เตอร์) การเคลือบหรือใส่กรอบพลาสติกจะช่วยลดปัญหาสแกนไม่ติดได้เยอะ สรุปสั้น ๆ คือ Barcode คือรหัส 1 มิติที่เหมาะกับ “ระบบสินค้าและคลัง” ส่วน QR Code คือรหัส 2 มิติที่เหมาะกับ “ลิงก์/ข้อมูลเยอะ/สแกนจ่ายเงิน” ร้านค้าส่วนใหญ่ใช้คู่กันจะครบที่สุดค่ะ