แก้บั๊กเก่า เพิ่มบั๊กใหม่ ตลอดไป
หลังจากที่ Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สำหรับ Windows 11 หมายเลข KB5077181 ซึ่งมาพร้อมการอุดช่องโหว่กว่า 58 จุด รวมถึงการอัปเดตใบรับรอง Secure Boot เพื่อยกระดับความปลอดภัยในระดับฮาร์ดแวร์
.
อีกทั้งยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ AI Copilot+ เพิ่มเสถียรภาพการแสดงผลของไดรเวอร์การ์ดจอ และแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยรองรับทั้ง Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2
.
ล่าสุดม ีรายงานจากผู้ใช้งานบางส่วนว่าหลังติดตั้งอัปเดตดังกล่าว เครื่องเกิดอาการ Boot Loop หรือรีสตาร์ทวนซ้ำต่อเนื่อง ไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอล็อกอินได้ตามปกติ ในบางกรณีมีข้อความแจ้งข้อผิดพลาดของบริการ System Event Notification Service (SENS) ซึ่งส่งผลให้ระบบไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์
.
นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้พบรหัสข้อผิดพลาดระหว่างการติดตั้ง เช่น 0x800f0983 และ 0x800f0991 ขณะที่บางรายประสบปัญหาเครือข่าย โดยระบบแจ้ง DHCP error หรือไม่สามารถรับ IP Address ได้ แม้จะเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่แล้ว ส่งผลให้ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ
.
ขณะนี้ Microsoft ยังไม่ได้ออกแพตช์แก้ไขอย่างเป็นทางการ ทำให้แนวทางเบื้องต้นที่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งแนะนำคือการถอนการติดตั้งอัปเดต KB5077181 ออกไปก่อน และกด Pause Updates ชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบติดตั้งอัปเดตซ้ำจนกว่าจะมีการปล่อยตัวแก้ไขออกมาเพิ่มเติม
.
ที่มา : neowin
จากประสบการณ์ของผู้ใช้งาน Windows 11 หลังติดตั้งอัปเดต KB5077181 หลายคนพบว่าการรีสตาร์ทเครื่องวนซ้ำหรือ Boot Loop กลายเป็นปัญหาที่สร้างความหงุดหงิดมาก เพราะแม้จะพิถีพิถันทำตามขั้นตอนปกติ เครื่องก็ไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอ Desktop ได้ตามที่ควรจะเป็น บางคนรายงานว่าเกิดข้อความแสดงข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ System Event Notification Service (SENS) โดยส่งผลให้ระบบทำงานผิดปกติจนไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ยังพบรหัสข้อผิดพลาดระหว่างติดตั้ง เช่น 0x800f0983 และ 0x800f0991 ที่เป็นอุปสรรคต่อการอัปเดตระบบ นอกจากปัญหาการบูตแล้ว บางรายเจอปัญหา DHCP error ไม่สามารถรับ IP Address ได้ ถึงแม้จะเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่แล้วก็ตาม ทำให้สูญเสียการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตชั่วคราวได้ ซึ่งยิ่งเพิ่มความยุ่งยากให้กับผู้ใช้งานที่ต้องพึ่งการออนไลน์ แนวทางแก้ไขเบื้องต้นที่แนะนำโดยชุมชนผู้ใช้คือ การถอนอัปเดต KB5077181 โดยเข้าสู่ Safe Mode ก่อน จากนั้นถอนการติดตั้งอัปเดตดังกล่าวเพื่อลดปัญหาการ Boot Loop และกด Pause Updates เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องติดตั้งแพตช์ซ้ำซ้อนจนกว่าจะมีการปล่อยอัปเดตแก้ไขอย่างเป็นทางการออกมา สำหรับใครที่ต้องการลดความเสี่ยง แนะนำให้รอดูประกาศจาก Microsoft ก่อนติดตั้งอัปเดตใหญ่ และอย่าลืมสำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเกรดเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน สรุปแล้ว การอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ แต่ในบางครั้งก็อาจเกิดบั๊กใหม่ขึ้นมาแทนที่บั๊กเก่า เหมือนกรณีนี้ที่ผู้ใช้ Windows 11 หลายคนกำลังประสบ โดยหวังว่า Microsoft จะปล่อยแพตช์แก้ไขได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคต

