ช่างพลาดของแทร่ 🍋

มีชาว Reddit รายหนึ่งออกมาเล่าเรื่องชวนอึ้ง หลังเขาไปซื้อ SSD มือสองที่ถูกเจาะรูมาแล้ว คิดว่าเป็นไดรฟ์ที่ถูกทำลายข้อมูลเรียบร้อย แต่เมื่อทดลองนำมาใช้งานกลับพบว่า SSD ยังทำงานได้ปกติ และที่สำคัญ ข้อมูลภายในยังอยู่ครบถ้วน

.

จากการตรวจสอบพบว่า ไดรฟ์ดังกล่าวเคยผ่านกระบวนการทำลายข้อมูลด้วยการใช้สว่านเจาะทะลุตัวเคส ตามแนวทางที่หลายองค์กรนิยมใช้ก่อนทิ้งหรือขายต่ออุปกรณ์ไอที ทว่ารูที่เจาะนั้นโดนเพียงฝาครอบ ไม่โดนแผงวงจร (PCB) หรือชิป NAND Flash ที่เป็นส่วนเก็บข้อมูลเลยแม้แต่น้อย ทำให้การทำลายครั้งนี้แทบไม่กระทบต่อข้อมูลภายใน

.

เหตุการณ์นี้สะท้อนความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำลาย SSD หลายคนคุ้นเคยกับ HDD ที่เก็บข้อมูลบนจานแม่เหล็กที่กินพื้นที่เกือบเต็มตัวไดรฟ์ การเจาะตรงไหนก็มักโดนจุดสำคัญ แต่ SSD 2.5 รุ่นใหม่มีแผงวงจรขนาดเล็ก วางอยู่เพียงบางมุมของเคส ไม่ได้เป็นแผงวงจรใหญ่เต็มพื้นที่แบบเก่า ทำให้เหลือพื้นที่จำนวนมากเป็นช่องว่าง การเจาะแบบสุ่มจึงมีโอกาสพลาดสูงมาก

.

ตามแนวทางมาตรฐานอย่าง NIST SP 800-88 การทำลายข้อมูลต้องมีทั้งขั้นตอนทำลายฮาร์ดแวร์ และการตรวจสอบยืนยันผล ไม่ใช่แค่ทำให้ดูเหมือนพังแล้วจบ สำหรับ SSD วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือใช้คำสั่ง Secure Erase, เข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่ต้นแล้วทำลายกุญแจถอดรหัส หรือใช้เครื่องทำลายสื่อเฉพาะทางที่ย่อยชิ้นส่วนจนไม่สามารถกู้คืนได้

.

เคสนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การเจาะรู SSD โดยไม่รู้ตำแหน่งชิปภายใน อาจทำให้เข้าใจผิดว่าข้อมูลถูกทำลายแล้ว ทั้งที่จริงยังอยู่ครบถ้วน และในยุคที่ข้อมูลมีค่ามากกว่าฮาร์ดแวร์ ความผิดพลาดเล็ก ๆ อาจกลายเป็นความเสี่ยงใหญ่ขององค์กรได้ทันที

.

ที่มา : Tom's Hardware

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

2/27 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การทำลายข้อมูลใน SSD นั้นไม่ง่ายเหมือนการเจาะรูเหมือนที่เคยใช้กับฮาร์ดดิสก์แบบเก่า SSD มีการจัดวางพร้อมชิปที่แตกต่างและซับซ้อน บางครั้งการเจาะหรือทุบอุปกรณ์ดูเหมือนจะทำลายได้ แต่ข้อมูลภายในอาจยังคงอยู่ในชิป NAND Flash ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ผมเคยเห็นกรณีขององค์กรที่ใช้วิธีการทำลายข้อมูลแบบไม่ถูกวิธี เช่น เจาะรูสุ่มหรือใช้วิธีทำลายฮาร์ดแวร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สุดท้ายเกิดการกู้คืนข้อมูลได้ ส่งผลให้ข้อมูลสำคัญสุดท้ายรั่วไหลไปยังผู้อื่นได้อย่างไม่คาดคิด วิธีที่ปลอดภัยกว่าในการทำลายข้อมูลบน SSD คือการใช้คำสั่ง Secure Erase ที่สามารถลบข้อมูลทั้งหมดในระดับชิปโดยตรง หรือใช้การเข้ารหัสข้อมูลตั้งแต่ต้นแล้วทำลายกุญแจถอดรหัส รวมถึงใช้เครื่องมือหรือบริการทำลายสื่อเฉพาะทางที่สามารถทำลายชิ้นส่วนและชิปภายในอย่างถาวร นอกจากนี้ ควรตรวจสอบผลการทำลายข้อมูลด้วยการทดสอบกู้คืนข้อมูลเพื่อยืนยันว่าข้อมูลถูกทำลายจริง เหตุการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นว่าการเจาะรูไดรฟ์โดยไม่รู้ตำแหน่ง PCB และชิปเก็บข้อมูลอาจสร้างความเข้าใจผิดว่าไดรฟ์ถูกทำลายแล้ว ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากกว่าฮาร์ดแวร์ การละเลยวิธีทำลายข้อมูลที่ถูกต้องอาจเกิดความเสี่ยงใหญ่ต่อความปลอดภัยขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลดังนั้นการเรียนรู้และปฏิบัติตามมาตรฐานเช่น NIST SP 800-88 จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทุกองค์กรและผู้ใช้ทั่วไป เพื่อปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลอย่างแท้จริง