อัปให้เลย...ไม่ถงไม่ถามปัญหาสุขภาพสักคำ 🚨

มีผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังอ้างว่าเครื่องพีซีของตนถูกอัปเกรดจาก Windows 10 ไปเป็น Windows 11 โดยอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่เคยกดยืนยันอนุญาต

.

เขาเล่าว่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เขาได้รับการแจ้งเตือนให้อัปเกรดเป็น Windows 11 อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบป๊อปอัปและตัวเลือก Install update ที่ปรากฏใกล้กับปุ่มปิดเครื่องหรือรีสตาร์ต แม้จะกดปฏิเสธทุกครั้ง แต่วันหนึ่งหลังจากเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้แล้วไปอาบน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อกลับมากลับพบว่าระบบกำลังติดตั้ง Windows 11 แบบ in-place upgrade ไปแล้ว สร้างความไม่พอใจให้จขพ. อย่างมาก จนถึงขั้นโทรไปตำหนิ Microsoft เลย

.

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Windows 10 สิ้นสุดการสนับสนุนหลักไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้ใช้ยังสามารถรับอัปเดตความปลอดภัยได้ผ่านโครงการ Extended Security Updates (ESU) เท่านั้น ขณะที่ Microsoft พยายามผลักดันให้ผู้ใช้ย้ายไป Windows 11 เพื่อรับการสนับสนุนเต็มรูปแบบ

.

ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตหมายเลข KB5001716 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนและการกระตุ้นให้อัปเกรดเวอร์ชัน Windows และมีรายงานว่าบางกรณีถูกติดตั้งโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต

.

โดยปกติแล้ว Windows จะไม่ติดตั้งอัปเดตฟีเจอร์ใหญ่หากผู้ใช้ไม่ได้ให้สิทธิ์ จึงยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของระบบหรือเกิดจากเงื่อนไขบางอย่างที่ผู้ใช้มองข้าม

.

กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางการผลักดันให้อัปเกรดของ Microsoft และเส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัยกับความยินยอมของผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน

.

ที่มา : neowin

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

3/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ใช้งาน Windows 10 และอัปเกรดไป Windows 11 ด้วยตนเอง ผมเข้าใจดีถึงความกังวลที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บางรายที่พบว่าการอัปเกรดเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ได้มีการยินยอมล่วงหน้า สิ่งนี้สะท้อนถึงประเด็นสำคัญในยุคดิจิทัลที่ความปลอดภัยและสิทธิ์ของผู้ใช้ต้องได้รับการเคารพอย่างจริงจัง Windows 10 ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และหลายคนอาจยังไม่พร้อมหรือไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ทันที โดยเฉพาะในกรณีที่โปรแกรมและอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่รองรับบน Windows 10 ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อ Microsoft สิ้นสุดการสนับสนุนหลักของ Windows 10 จึงใช้กลยุทธ์แจ้งเตือนและกระตุ้นให้อัปเกรดผ่านการติดตั้งอัปเดต KB5001716 เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับการสนับสนุนด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่บางเครื่องถูกอัปเดตในลักษณะ "in-place upgrade" โดยไม่ตั้งใจ อาจเป็นผลจากข้อผิดพลาดในขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์ของระบบหรือการคลิกยืนยันจากผู้ใช้เองโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างแจ้งเตือน ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากในชุมชนผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ต้องการควบคุมการอัปเดตอย่างเข้มงวด ในฐานะผู้ใช้งานที่ต้องการความเสถียรและควบคุมระบบของตนเอง ผมแนะนำให้ตรวจสอบการตั้งค่าการอัปเดต Windows อย่างละเอียด และหากเป็นไปได้ให้งดเว้นไม่รับอัปเดตฟีเจอร์ใหญ่จนกว่าจะพร้อมจริงๆ รวมถึงสำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเกรดทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากปัญหาไม่คาดคิด เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ Microsoft ในการปรับปรุงนโยบายและกระบวนการติดตั้งอัปเดต เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้ โดยการให้มีทางเลือกที่ชัดเจนและความโปร่งใสในการตัดสินใจของผู้ใช้แต่ละราย เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ Windows ควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในอนาคตครับ