แก้ขนาดนี้นึกว่าเล่นเกมใหม่ 🍋
NVIDIA เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ DLSS 5 ซึ่งมาพร้อมแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า Neural Rendering ที่ดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนอนาคตกราฟิกเกมไปเลย จากเดิมที่ GPU ต้องเรนเดอร์ทุกอย่างเอง กลายเป็นให้ AI เข้ามาช่วย "สร้างภาพ" ใหม่ขึ้นมาแทนแบบจริงจัง
.
จุดเด่นของ DLSS 5 คือ AI ที่ไม่ได้แค่เป็นการ Upscale หรือเพิ่มเฟรมอีกต่อไป แต่สามารถสร้างรายละเอียดภาพใหม่ทั้งแสง เงา พื้นผิว ไปจนถึงองค์ประกอบในฉาก ทำให้ภาพดูสมจริงขึ้นมาก และลดภาระของ GPU ลงด้วย
.
แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้ก็จุดกระแสดราม่าทันที เพราะหลายคนมองว่า AI กำลัง "เปลี่ยนภาพต้นฉบับ" มากเกินไป บางฉากโดยเฉพาะใบหน้าตัวละครดูเพี้ยน สีหน้าแปลก หรือรายละเอียดไม่ตรงกับที่นักพัฒนาออกแบบไว้
.
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่อง "งานศิลป์ของเกม" ที่อาจถูกลดความสำคัญลง เพราะเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ภาพของเกมต่าง ๆ อาจเริ่มมีลักษณะคล้ายกัน และไม่สะท้อนสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนในอดีต
.
ฝั่งผู้ใช้งานบางส่วนยังมองว่า DLSS 5 เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หรือเหมือนการ "ใช้ AI กลบข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์" มากกว่าการพัฒนา GPU ให้แรงขึ้นจริง ๆ พู ดง่าย ๆ คือเป็นลดการเรนเดอร์ด้วย GPU แบบดั้งเดิมลง และให้ AI เข้ามารับหน้าที่มากขึ้นแทน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง แต่ก็แลกมากับความท้าทายเรื่องความถูกต้องแม่นยำของภาพ
.
นอกจากนี้ DLSS 5 ยังต้องใช้ฮาร์ดแวร์ระดับสูงมากในช่วงแรก และอาจมีผลกับ latency ทำให้ยังไม่เหมาะกับเกมทุกประเภท ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ได้เฉพาะบนการ์ดจอ RTX 50 หรือ 5000 Series เท่านั้น ต่ำกว่านี้อาจจะได้แค่บางฟีเจอร์ หรือใช้ไม่ได้เลย ว่าแต่เพื่อน ๆ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ก็มาบอกกันได้ครับ ในต่างประเทศคือเดือด ๆ คนทำมีมล้อเลียนกันเพียบ
.
ที่มา : Tom’s Hardware, HKEPC
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองใช้เทคโนโลยี DLSS 5 พบว่า Neural Rendering นี้สร้างความรู้สึกเหมือนเล่นเกมใหม่จริง ๆ เพราะ AI จะช่วยรื้อสร้างรายละเอียดของภาพใหม่หลายส่วน ตั้งแต่แสงเงาไปจนถึงพื้นผิวในฉาก ทำให้เห็นความคมชัดและความสมจริงที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการอัปสเกลภาพแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้เล่นเกมที่ชื่นชอบงานศิลป์ของเกมแบบดั้งเดิม ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าการใช้ AI รื้อภาพใหม่ทั้งหมดนี้อาจทำให้ความเป็นเอกลักษณ์ของเกมนั้น ๆ หายไป เหมือนบางฉากใบหน้าตัวละครมีสีหน้าหรือรายละเอียดผิดเพี้ยนไปจากที่นักพัฒนาตั้งใจไว้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ควรพูดคุยกันถึงความสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพแบบนี้กับการรักษาความถูกต้องของภาพต้นฉบับ อีกจุดที่อยากแชร์คือเรื่องของฮาร์ดแวร์ เพราะเทคโนโลยีนี้ยังจำกัดให้ต้องใช้การ์ดจอระดับ RTX 50 Series ขึ้นไป ซึ่งทำให้ผู้ใช้บางคนยังไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้เต็มที่ และอาจมีผลต่อความล่าช้า (latency) ในเกมบางแนว ซึ่งก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าความคมชัดที่เพิ่มขึ้นคุ้มค่าหรือไม่กับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น สรุปคือ DLSS 5 นั้นเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการเกมที่ใช้ AI ร่วมกับการประมวลผลกราฟิก แต่ก็มีข้อท้าทายที่ต้องแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องความถูกต้องของภาพและการได้รับการสนับสนุนจากฮาร์ดแวร์ในวงกว้างมากขึ้น ใครที่ชื่นชอบเทคโนโลยีด้านกราฟิกหรือการ์ดจอรุ่นใหม่ ๆ น่าจะลองติดตามและสัมผัสฟีเจอร์นี้อย่างใกล้ชิด


รูปขวาเหมือนพีททองเจือมากกก