เราจะทำตามสัญญา 🍋

Microsoft เตรียมปล่อยแพตช์ปรับปรุงประสิทธิภาพ Windows 11 ที่เคยสัญญาไว้ให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดตกันในเร็ว ๆ นี้ ภายใต้รหัส KB5083631 โดยอัปเดตตัวนี้จะเน้นปรับปรุงความเร็วและความลื่นไหลของระบบในหลายส่วน

.

จุดเด่นสำคัญของอัปเดตนี้อยู่ที่การปรับปรุง File Explorer โดย Microsoft ระบุว่าได้เพิ่มความเร็วในการเปิดแอปให้รู้สึกได้ทันที ช่วยให้การเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ทำได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการสลับใช้งานระหว่างหน้าต่างหรือโฟลเดอร์ต่าง ๆ ก็ลื่นไหลกว่าเดิม

.

ในส่วนของประสบการณ์ใช้งาน File Explorer เองก็มีการปรับปรุงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจดจำค่าการแสดงผลของโฟลเดอร์ เช่น การเรียงไฟล์หรือขนาดไอคอน ที่จะถูกนำมาใช้ซ้ำอัตโนมัติไม่ว่าจะเปิดจากแอปใดก็ตาม นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาหน้าจอขาววาบในโหมด Dark Mode เพิ่มปุ่ม “Preview anyway” สำหรับเปิดดูไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต และรองรับไฟล์บีบอัดรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น เช่น uu, cpio, xar และ nupkg

.

นอกจากเรื่องความเร็วแล้ว Microsoft ยังปรับปรุงการทำงานเบื้องหลังของ explorer.exe เพื่อลดปัญหาการใช้ทรัพยากรค้างหลังจากปิดหน้าต่าง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้เครื่องหน่วงในบางสถานการณ์ ส่งผลให้การจัดการหน่วยความจำมีประสิทธิภาพดีขึ้น และช่วยลดการใช้ RAM โดยรวมของระบบได้อีกด้วย

.

ขณะเดียวกัน ระบบ Delivery Optimization ที่ใช้สำหรับดาวน์โหลดอัปเดต Windows ก็ได้รับการปรับปรุงให้ใช้หน่วยความจำน้อยลง ทำให้ระหว่างอัปเดตระบบจะกระทบกับการใช้งานอื่นน้อยลงกว่าที่ผ่านมา

.

ไม่เพียงเท่านั้น Microsoft ยังปรับปรุงส่วนอื่นของระบบให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปดูข้อมูล Storage บนไดรฟ์ขนาดใหญ่ผ่านเมนู Settings ที่ทำได้ไวขึ้น รวมถึงแอปที่ตั้งค่าให้เปิดอัตโนมัติหลังบูตเครื่อง หรือ Startup Apps ก็จะเริ่มทำงานได้รวดเร็วกว่าเดิม

.

สำหรับกำหนดการปล่อยอัปเดต Microsoft ระบุว่าจะเริ่มทยอยปล่อยในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ก่อนจะตามมาด้วยอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนพฤษภาคม 2026

.

ที่มา : Neowin

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

4/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเจออาการ Windows 11 หน่วง ๆ เวลาเปิดโฟลเดอร์หรือสลับหน้าต่าง File Explorer บอกเลยว่า KB5083631 เป็นอัปเดตที่น่ารอ เพราะโฟกัสหลักคือ “ทำให้ File Explorer เร็วขึ้น” และ “ใช้ RAM น้อยลง” ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนบ่นกันมานาน สิ่งที่ผม/ฉันสนใจเป็นพิเศษใน KB5083631 คือการปรับปรุงประสิทธิภาพตอน “เปิด File Explorer ครั้งแรก” ให้รู้สึกได้ทันที (ไม่ต้องรอโหลดนาน) และการสลับโฟลเดอร์/หน้าต่างที่ลื่นกว่าเดิม ถ้าคุณทำงานกับไฟล์เยอะ ๆ เช่น เปิดหลายโฟลเดอร์พร้อมกัน โยนไฟล์ไปมา หรือค้นหาไฟล์ทั้งวัน ความต่างเรื่องความหน่วงจะกระทบกับความเร็วในการทำงานมาก อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือการแก้เรื่อง explorer.exe ใช้ทรัพยากรค้างหลังปิดหน้าต่าง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ “ปิด Explorer แล้วแต่เครื่องยังอืด” พอแก้ตรงนี้ได้ การจัดการหน่วยความจำก็ดีขึ้น และมีโอกาสช่วยลดการใช้ RAM โดยรวมของระบบในชีวิตจริง โดยเฉพาะเครื่องที่เปิดใช้งานต่อเนื่องยาว ๆ ถ้าคุณอยากเช็กว่าได้ KB5083631 แล้วหรือยัง ให้เข้าไปที่ Settings > Windows Update > Update history แล้วมองหารหัส KB5083631 (หรือกด Check for updates เพื่อให้ระบบดึงอัปเดตล่าสุด) แนะนำให้สำรองงาน/รีสตาร์ตหลังอัปเดตเพื่อให้การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพทำงานเต็มที่ สำหรับคนที่กังวลเรื่องไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต อัปเดตนี้ยังพูดถึงปุ่ม “Preview anyway” ใน File Explorer ด้วย ช่วยให้เปิดดูไฟล์ได้สะดวกขึ้น (แต่ก็ยังควรระวังไฟล์แปลก ๆ และสแกนด้วย Windows Security ทุกครั้ง) ทริคเล็ก ๆ ที่ผม/ฉันใช้คู่กับการรอ KB5083631 คือเคลียร์ความหน่วงเบื้องต้นก่อน: ปิดแท็บ/หน้าต่าง Explorer ที่ไม่จำเป็น, ลด Startup Apps ที่ไม่ต้องใช้, และเช็กพื้นที่ว่างไดรฟ์ เพราะระบบที่พื้นที่ใกล้เต็มมักช้าลงเห็นได้ชัด สรุปคือ ถ้าคีย์เวิร์ดที่คุณตามหาอยู่คือ “KB5083631” ให้มองอัปเดตนี้เป็นแพตช์เพิ่มความเร็ว Windows 11 โดยเฉพาะ File Explorer—เร็วขึ้น ลื่นขึ้น และหวังว่าจะลดการกิน RAM/อาการหน่วงได้จริงในงานประจำวัน