นึกถึง Spotlight ของ macOS เลยนะครับ

Microsoft เริ่มทดสอบ Run dialog โฉมใหม่บน Windows 11 ในเวอร์ชันพรีวิว Build 26300.8346 โดยเป็นการยกเครื่องฟีเจอร์ที่อยู่คู่ระบบมาตั้งแต่ยุค Windows 95 ให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งดีไซน์และประสิทธิภาพ

.

Run dialog ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ใช้สายซน เพียงกด Win + R ก็สามารถพิมพ์คำสั่ง เปิดโปรแกรม หรือเข้าถึงโฟลเดอร์ได้ทันที จุดเด่นคือความเร็วและความเรียบง่าย

.

หน้าตาใหม่ถูกออกแบบตาม Fluent Design ของ Windows 11 และรองรับ Dark Mode โดยตรง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Microsoft ระบุว่า Run dialog เวอร์ชันใหม่นี้ “เร็วกว่าเดิม” ด้วย โดยของเก่าใช้เวลาประมาณ 103ms ในการแสดงผล ขณะที่เวอร์ชันใหม่ลดลงเหลือราว 94ms และยังมีโอกาสทำให้เร็วขึ้นได้อีก

.

เบื้องหลังการพัฒนา Microsoft ได้ศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้จริง พบว่าความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญมาก เช่น มีผู้ใช้บางส่วนใช้ Run เป็นตัวช่วยล้างฟอร์แมตข้อความ ด้วยการวางแล้วคัดลอกใหม่ ซึ่งต้องอาศัยการตอบสนองที่รวดเร็ว

.

อีกจุดเปลี่ยนคือการตัดปุ่ม “Browse” ออก หลังพบว่ามีคนใช้งานเพียง 0.0038% จากผู้ใช้หลายสิบล้านราย เพื่อให้ UI ยังคงเรียบง่ายที่สุด ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสามารถใหม่ เช่น การพิมพ์ ~\ เพื่อเข้าถึงโฟลเดอร์ผู้ใช้ได้ทันทีแบบ Linux และมีไอคอนช่วยแยกแยะรายการได้ง่ายขึ้น

.

Run dialog ใหม่นี้ยังถูกพัฒนาด้วย C#/WinUI 3 และได้รับแรงบันดาลใจจาก PowerToys Run อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่เปิดใช้งานอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องเข้าไปเปิดเองใน Settings และตอนนี้เปิดทดสอบเฉพาะกลุ่ม Windows Insider เท่านั้น ก่อนจะทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปในอนาคต

.

ที่มา : bleepingcomputer

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

5/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากได้ลองใช้ Run dialog โฉมใหม่บน Windows 11 พบว่า ดีไซน์สวยงามตามแบบ Fluent Design และการรองรับ Dark Mode ช่วยให้ใช้งานได้สบายตามากขึ้นโดยเฉพาะในที่แสงน้อย ความรู้สึกว่าเร็วขึ้นนั้นจับต้องได้จริง ๆ เพราะการตอบสนองในช่วงที่ต้องเปิดโปรแกรมหรือโฟลเดอร์บางอย่างดูทันใจไม่ต้องรอนานเหมือนเดิม ปุ่ม Browse ที่ถูกถอดออกดูเหมือนจะเป็นการลดฟีเจอร์ แต่จากประสบการณ์ใช้งานกลับไม่เคยใช้ปุ่มนี้เลย การที่ Microsoft เลือกตัดออกเพื่อให้ UI เรียบง่ายและเพิ่มการเข้าถึงโฟลเดอร์ด้วยคำสั่ง ~\ เหมือนบน Linux นั้นสะดวกมาก ตอบโจทย์สายคีย์บอร์ดล้วน ๆ จริง ๆ จุดที่น่าประทับใจคือการออกแบบไอคอนที่ช่วยแยกแยะคำสั่งหรือไฟล์ได้ง่ายขึ้น ทำให้ไม่สับสนเวลาพิมพ์เป็นคำสั่งหลากหลายแบบ และความรวดเร็วที่ลดเวลาแสดงผลจาก 103ms เหลือ 94ms ช่วยสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลขึ้น อย่างไรก็ดี ฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบสำหรับกลุ่ม Windows Insider เท่านั้น แต่นี่เป็นสัญญาณที่ดีว่า Microsoft ตั้งใจพัฒนาเครื่องมือดั้งเดิมให้น่าสนใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการใช้ Run dialog เป็นเครื่องมือช่วยงานหรือเปิดโปรแกรมบ่อยๆ ผมแนะนำให้ลองเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ใน Settings เมื่อมีโอกาส เพื่อสัมผัสความแตกต่าง ความเร็ว และความสะดวกที่มากขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก PowerToys Run ที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน Windows ในภาพรวมให้ดียิ่งขึ้น