หรือว่านี่คือจุดจบของ CCleaner 🚨

ถ้าพูดถึงโปรแกรมล้างไฟล์ขยะในคอมพิวเตอร์ ชื่อของ CCleaner น่าจะเป็นตัวแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเคยเป็นเครื่องมือยอดนิยมสำหรับเคลียร์แคช ลบไฟล์ไม่จำเป็น และช่วยให้ระบบทำงานได้ลื่นขึ้น

.

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวโปรแกรมกลับเริ่มใหญ่ขึ้น อัดฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นเข้ามามากขึ้น รวมถึงมีโฆษณาและซอฟต์แวร์พ่วงเพิ่มขึ้น จนผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกรำคาญและหันไปมองหาทางเลือกอื่นแทน

.

ล่าสุดมีเครื่องมือใหม่ชื่อว่า FluentCleaner เปิดตัวบน GitHub โดยชูจุดเด่นเรื่องความเป็นโอเพนซอร์ส ใช้งานฟรี และออกแบบมาสำหรับ Windows 11 โดยเฉพาะ ตัวโปรแกรมใช้ดีไซน์ WinUI 3 ทำให้หน้าตาและประสบการณ์ใช้งานดูกลมกลืนกับระบบ พร้อมแนวคิดที่ย้อนกลับไปสู่ยุคที่ CCleaner ยังเรียบง่าย

.

FluentCleaner เป็นผลงานของนักพัฒนา builtbybel ซึ่งอยู่เบื้องหลังเครื่องมือปรับแต่ง Windows อย่าง Flyby11 หรือ Flyoobe โดยตัวโปรแกรมใช้ไฟล์ winapp2.ini ที่เป็นลิสต์คำสั่ง เพื่อบอกโปรแกรมว่าไฟล์ไหนสามารถลบได้

.

ทำให้สามารถตรวจจับและลบไฟล์ขยะได้ละเอียด ตั้งแต่ไฟล์ชั่วคราว แคชของเบราว์เซอร์ ไฟล์ตกค้างจากโปรแกรมที่ถอนการติดตั้ง ไปจนถึง system log และ memory dump ช่วยคืนพื้นที่เก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

การใช้งานจะให้ผู้ใช้เลือกสแกนตามหมวดหมู่ก่อน จากนั้นสามารถติ๊กเลือกรายการที่ต้องการลบได้เอง พร้อมแสดงปริมาณพื้นที่ที่จะได้คืนมา ซึ่งแตกต่างจากเครื่องมือบางตัวที่เน้นล้างแบบคลิกเดียว เพราะ FluentCleaner ต้องการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการลบข้อมูลสำคัญโดยไม่ตั้งใจ

.

ทั้งนี้ตัวโปรแกรมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่ม FPS หรือเร่งประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด แต่จะเน้นไปที่การดูแลระบบในระยะยาว เช่น การเคลียร์พื้นที่ที่ถูกกินไปโดยไม่รู้ตัว แก้ปัญหาแอปจากแคชเสีย ลดขนาดไฟล์สำรองข้อมูล รวมถึงช่วยจัดการข้อมูลส่วนตัวอย่างประวัติการใช้งานหรือไฟล์ที่หลงเหลือจากแอปที่ลบไปแล้ว

.

นอกจากนี้ FluentCleaner ยังมีฟีเจอร์เสริมบางอย่าง เช่น เครื่องมือช่วยล้างหลังติดตั้ง (post-install cleaning), ฟังก์ชัน debloat เพื่อลดความรกของระบบ รวมถึงตัวช่วยเกี่ยวกับ BIOS/UEFI ที่ช่วยบอกปุ่มเข้าหน้าตั้งค่าของเมนบอร์ดแต่ละรุ่น

.

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ระบบและ Registry ผู้พัฒนาก็แนะนำให้ใช้งานอย่างระมัดระวัง ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อน และหลีกเลี่ยงการลบสิ่งที่ไม่แน่ใจ

.

ที่มา : HKEPC, Neowin

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ผู้ใช้โปรแกรมล้างไฟล์ขยะต่างๆ CCleaner เคยเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ช่วยเคลียร์แคชและไฟล์ขยะบน Windows ได้ดีมาก แต่หลังจากมีการเพิ่มฟีเจอร์และโฆษณามากขึ้น ผู้ใช้หลายคนก็เริ่มรู้สึกรำคาญและอยากได้โปรแกรมที่เรียบง่ายและปลอดภัยกว่า FluentCleaner เป็นเครื่องมือใหม่ที่น่าสนใจมาก ด้วยความเป็นโอเพนซอร์สและออกแบบมาเพื่อ Windows 11 โดยเฉพาะ ทำให้หน้าตาและความรู้สึกในการใช้งานดูทันสมัยและกลมกลืนกับระบบ นอกจากนี้ยังใช้ไฟล์ winapp2.ini เพื่อควบคุมรายการไฟล์ที่สามารถลบได้ ทำให้การล้างไฟล์ขยะละเอียด มีความแม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการลบไฟล์สำคัญโดยไม่ตั้งใจ สิ่งที่ชอบมากคือการให้ผู้ใช้เลือกสแกนและเลือกไฟล์ที่จะลบเองได้อย่างเป็นระบบ ต่างจากโปรแกรมที่ล้างไฟล์แบบคลิกเดียว ที่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย รวมถึงฟีเจอร์เสริมอย่าง post-install cleaning และ debloat ที่ช่วยลดความรกและปรับแต่งระบบให้ดีขึ้น เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการดูแลระบบในระยะยาว แต่เนื่องจาก FluentCleaner มีการเข้าถึงไฟล์ระบบและ Registry การใช้งานจึงต้องระมัดระวังสูง ควรสำรองข้อมูลสำคัญและอ่านคำแนะนำให้ดี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบ ที่สำคัญคือโปรแกรมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อเร่งประสิทธิภาพหรือเพิ่ม FPS แต่จะเน้นการจัดการพื้นที่และความสะอาดของระบบที่กินพื้นที่โดยไม่จำเป็น ส่วนตัวแล้วคิดว่า FluentCleaner เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ยังอยากมีเครื่องมือล้างไฟล์ขยะที่ดูเรียบง่าย ปลอดภัย และไม่มีโฆษณารบกวน เหมือนในยุคต้น ๆ ของ CCleaner ซึ่งถ้าได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมต่อไป ก็น่าจะเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ระบบ Windows ของเราดีขึ้นอย่างยั่งยืนจริงๆ