BOI ไฟเขียว TikTok ลงทุนไทย 8.4 แสนล้านบาท 🍋

บอร์ด BOI อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัท ติ๊กต๊อก ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 842,350 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในเม็ดเงินลงทุนด้านดิจิทัลครั้งใหญ่ของไทย โดยโครงการนี้อยู่ในกลุ่มกิจการ Data Center และ Data Hosting หรือการเก็บและประมวลผลข้อมูล

.

การลงทุนของ TikTok ในครั้งนี้จะเน้นการขยายการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เพิ่มเติมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้ในภูมิภาค รองรับความต้องการใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

ก่อนหน้านี้ TikTok เคยได้รับอนุมัติจาก BOI ไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2568 สำหรับโครงการ Data Hosting มูลค่า 126,800 ล้าน เพื่อวางระบบเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานในปี 2569 ดังนั้นโครงการล่าสุดมูลค่า 842,350 ล้านบาทจึงถือเป็นการขยายการลงทุนต่อเนื่องจากแผนเดิม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของผู้ใช้ในภูมิภาคให้มากขึ้น

.

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแล้ว TikTok ยังเตรียมพัฒนาหลักสูตรด้าน Digital Literacy และ e-Commerce เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย รวมถึงช่วยยกระดับทักษะบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ และครีเอเตอร์ในไทย

.

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะฐานหลักด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค โดยเฉพาะในยุคที่บริการออนไลน์ วิดีโอสั้น และการค้าผ่านแพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็ว การมีระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศจะช่วยรองรับการให้บริการที่มีปริมาณสูงขึ้นในระยะยาว

.

ทั้งนี้ โครงการของ TikTok เป็นส่วนหนึ่งของการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการของบีโอไอ มูลค่ารวม 958,168 ล้านบาท โดยกลุ่ม Data Center และ Data Hosting มีมูลค่ารวม 913,838 ล้านบาท ซึ่ง TikTok เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในรอบนี้อย่างชัดเจน

.

ที่มา : Thailand Board of Investment (BOI)

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

5/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากการติดตามการลงทุนของ TikTok ในไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทของไทยในยุคดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การที่ TikTok เลือกขยายโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทั้งธุรกิจและผู้ใช้บริการที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยทางข้อมูล ในมุมของผู้ที่ทำงานด้านไอทีหรือผู้ประกอบการดิจิทัล การมี Data Center ที่ทันสมัยภายในประเทศช่วยลดความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการให้บริการ รวมถึงช่วยสนับสนุนการเติบโตของ e-Commerce และบริการออนไลน์อื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การที่ TikTok เตรียมพัฒนาหลักสูตร Digital Literacy และ e-Commerce ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและครีเอเตอร์ได้เรียนรู้และเติบโตในโลกดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าการลงทุนกว่า 8.4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเม็ดเงินลงทุนที่สูงที่สุดในกลุ่ม Data Center และ Data Hosting ของไทยในรอบนี้ และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่อการเป็นศูนย์กลางบริการออนไลน์ระดับภูมิภาค ในฐานะผู้ใช้งาน TikTok และเทคโนโลยีออนไลน์รายหนึ่ง ผมรู้สึกตื่นเต้นกับโครงการนี้มาก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การลงทุนแต่เป็นการสร้างอนาคตของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง ทำให้มั่นใจได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เชื่อมต่อและเติบโตด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ด้วยศูนย์ข้อมูลที่ใกล้ตัวและมีประสิทธิภาพสูง ความเสถียรของบริการและความปลอดภัยของข้อมูลจะได้รับการพัฒนาอย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้นี้