เวลาถ่ายรูปอย่าชู 2 นิ้ว 🚨

ใครที่ชอบถ่ายรูปแล้วทำท่า “ชู 2 นิ้ว” หรือ Peace Sign อาจต้องระวังมากขึ้น เพราะตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ออกมาเตือนว่า AI และกล้องสมาร์ตโฟนความละเอียดสูงในปัจจุบัน สามารถนำภาพถ่ายธรรมดาไป “ดึงข้อมูลลายนิ้วมือ” ได้แล้ว และอาจถูกนำไปใช้ปลอมแปลงตัวตนในอนาคต

.

กระแสนี้เริ่มถูกพูดถึงอย่างมากในจีน หลัง Li Chang ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางการเงิน สาธิตผ่านรายการโทรทัศน์ว่า เพียงแค่ภาพเซลฟี่ที่เห็นปลายนิ้วชัดพอ AI ก็สามารถช่วยเพิ่มความคมชัดของรอยนิ้วมือได้ แม้ภาพต้นฉบับจะดูเบลอก็ตาม

.

รายงานระบุว่า หากถ่ายภาพในระยะประมาณ 1.5 เมตร และปลายนิ้วหันตรงเข้าหากล้อง จะมีโอกาสสูงที่ระบบจะดึงรายละเอียดลายนิ้วมือออกมาได้ ส่วนภาพที่ถ่ายไกลกว่านั้นราว 1.5 – 3 เมตร ก็ยังอาจเห็นข้อมูลบางส่วนของลายนิ้วมือได้เช่นกัน

.

แม้หลายฝ่ายจะมองว่ายังไม่ใช่ภัยที่เกิดขึ้นได้ง่ายกับผู้ใช้ทั่วไป แต่ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า เทคโนโลยี AI ด้านการปรับภาพมีพัฒนาการเร็วมาก ทำให้ต้นทุนและความยากในการดึงข้อมูลชีวมิติจากภาพถ่ายลดลงเรื่อย ๆ

.

ความน่ากังวลคือ “ลายนิ้วมือ” ถือเป็นข้อมูลชีวมิติที่เปลี่ยนไม่ได้ ต่างจากรหัสผ่านที่เปลี่ยนใหม่ได้ทันที หากข้อมูลรั่วไหล ก็อาจถูกนำไปใช้ปลดล็อกอุปกรณ์ สมาร์ตล็อก หรือระบบยืนยันตัวตนบางประเภทได้

.

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยด้านความปลอดภัยระบุว่า การโจมตีลักษณะนี้ยังต้องอาศัยภาพคุณภาพสูง มุมชัด แสงเหมาะสม และอาจต้องใช้หลายภาพประกอบกัน จึงมักเป็นการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย มากกว่าการสุ่มแฮกผู้ใช้ทั่วไป

.

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเตือนเรื่องนี้ เพราะย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2017 นักวิจัยจากญี่ปุ่นก็เคยเผยว่า สามารถอ่านลายนิ้วมือจากภาพถ่ายที่ถ่ายห่างถึงประมาณ 9 ฟุตได้แล้ว

.

เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องโพสต์ภาพลงโซเชียล ควรหลีกเลี่ยงภาพที่เห็นปลายนิ้วชัดเกินไป โดยเฉพาะภาพความละเอียดสูง หรืออาจใช้วิธีเบลอบริเวณนิ้วมือก่อนโพสต์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำข้อมูลชีวมิติไปใช้ในทางที่ผิด

.

ที่มา : cybernews

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

5/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผมได้อ่านและศึกษาเรื่องนี้ ทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเวลาถ่ายรูป โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพเซลฟี่กับเพื่อนหรือตัวเองในท่าชู 2 นิ้ว ซึ่งเคยเป็นท่าโพสต์ยอดนิยมและดูน่ารัก แต่เมื่อรู้ว่าเทคโนโลยี AI สามารถใช้ภาพถ่ายดึงลายนิ้วมือแม้ภาพจะไม่คมชัดมากก็ได้ จึงตัดสินใจหลีกเลี่ยงท่านี้ ความน่ากังวลไม่ได้อยู่แค่ที่การถ่ายภาพทั่วไป แต่ยังหมายถึงการแชร์ภาพบนโซเชียลมีเดียที่เป็นสาธารณะ โดยเฉพาะภาพความละเอียดสูงซึ่งในบางครั้งเราอาจไม่ทันได้สังเกตว่าปลายนิ้วของเราชัดมาก ซึ่งหากถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดก็อาจทำให้ข้อมูลชีวมิติสำคัญอย่างลายนิ้วมือถูกโจมตีหรือปลอมแปลงตัวตนได้ จึงแนะนำให้ลองใช้เทคนิคง่ายๆ เช่น การถ่ายภาพในมุมที่ไม่เห็นปลายนิ้วชัดเจน หรือใช้แอปพลิเคชันแก้ไขภาพเพื่อเบลอหรือลบบริเวณนิ้วมือก่อนโพสต์ลงโซเชียล ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีโดยไม่ทำให้ภาพดูแปลกแยก นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบแสงและระยะห่างเวลาถ่ายภาพ เพราะยิ่งถ่ายใกล้และชัด ก็ยิ่งมีโอกาสข้อมูลลายนิ้วมือถูกดึงออกมาได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่สนใจเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยไซเบอร์ การรับรู้ถึงความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI กับภาพถ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรติดตาม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ให้เหมาะสมเพื่อปกป้องตัวเองจากภัยสมัยใหม่ที่ไม่คาดคิดนี้