ลงทุนแล้ว ลงทุนอยู่ ลวทุนต่อ
Intel ประกาศลงทุนเพิ่มในเวียดนามอีก 2,600 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 85,462 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมของบริษัทในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 4,100 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 134,767 ล้านบาท สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางการประกอบและทดสอบชิปของ Intel ในภูมิภาค
.
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 20 ปีการดำเนินงานของ Intel ในเวียดนาม โดยบริษัทระบุว่า จากจุดเริ่มต้นที่มีพน ักงานเพียงไม่กี่ร้อยคนในโรงงานที่ Saigon High Tech Park เมื่อปี 2006 ปัจจุบัน Intel Products Vietnam ได้เติบโตขึ้นเป็นโรงงานประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดของ Intel นอกสหรัฐอเมริกา และมีพนักงานราว 6,500 คน
.
ก่อนหน้าการลงทุนรอบล่าสุด Intel มีมูลค่าการลงทุนในเวียดนามอยู่ที่ 1,500 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 49,305 ล้านบาท โดยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โรงงาน Intel Products Vietnam ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ไปแล้วมากกว่า 4,000 ล้านชิ้น และสร้างมูลค่าการส่งออกสะสมกว่า 110,000 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 3.61 ล้านล้านบาท
.
เฉพาะในปี 2025 โรงงานแห่งนี้สร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึง 11,670 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 383,593 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเขต Saigon High Tech Park และราว 12% ของมูลค่าการส่งออกรวมของนครโฮจิมินห์
.
นอกจากการลงทุนด้านการผลิต Intel ยังระบุว่า บริษัทได้ลงทุนราว 22 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 723 ล้านบา ท ในโครงการด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขภาพในเวียดนาม พร้อมมีส่วนช่วยพัฒนาวิศวกร ช่างเทคนิค นักออกแบบชิป และบุคลากรชาวเวียดนามเกือบ 10,000 คน รวมถึงเปิดโอกาสให้ซัพพลายเออร์ท้องถิ่นกว่า 600 รายเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตขั้นสูง
.
ล่าสุด Intel ยังได้มอบเครื่องมือสำหรับการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 30 เครื่องให้กับ Saigon High Tech Park และมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม ฮานอย เพื่อใช้สนับสนุนการเรียนการสอนและงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ Intel เป็นบริษัทแรกในเวียดนามที่นำอุปกรณ์การผลิตชิปกลับมาปรับใช้เพื่อการฝึกอบรม
.
ขณะเดียวกัน Intel Vietnam ยังทำงานร่วมกับรัฐบาลเวียดนามและพันธมิตรในท้องถิ่น เพื่อขยายโครงการ Digital Readiness Program ไปสู่โครงการ AI for Future Workforce และ AI for Youth ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายของเวียดนามในก ารพัฒนาวิศวกรด้านเซมิคอนดักเตอร์ให้ได้ 50,000 คนภายในปี 2030
.
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำว่าเวียดนามกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดยเฉพาะในส่วนของการประกอบและทดสอบชิป ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนส่งมอบผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก
.
ที่มา : TNGlobal




























