เราคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

ล่าสุด Lenovo ออกมาเตือนว่า ราคาหน่วยความจำอาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ “แพงเป็นปกติ” และอาจไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมอีกแล้ว แม้จะเลยปี 2030 ไปแล้วก็ตาม

.

ข้อมูลนี้มาจากการนำเสนอของ Lenovo ในงาน ISC 2026 โดยระบุว่าราคา DRAM และ NAND Flash ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักของ RAM และ SSD เริ่มพุ่งแรงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 และมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปอีกหลายปี ไม่ใช่แค่ราคาขึ้นชั่วคราวตามวัฏจักรเดิมของตลาดหน่วยความจำ

.

สาเหตุหลักยังหนีไม่พ้นกระแส AI ที่ดึงกำลังการผลิตหน่วยความจำไปใช้อย่างหนัก โดยเฉพาะ HBM, DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และ SSD ระดับองค์กร ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้ผลิตได้กำไรสูงกว่า ทำให้กำลังผลิตสำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไป เช่น RAM พีซี โน้ตบุ๊ก และ SSD ทั่วไป ถูกเบียดไปด้วย

.

แม้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung, SK hynix และ Micron จะลงทุนสร้างโรงงานใหม่และเพิ่มกำลังการผลิต แต่ Lenovo มองว่าความต้องการจากตลาด AI โตเร็วกว่ากำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น โรงงานใหม่ที่จะทยอยเปิดช่วงปี 2028 เป็นต้นไป อาจช่วยผ่อนแรงได้บ้าง แต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้ราคากลับไปถูกเหมือนช่วงก่อนกระแส AI บูม

.

ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดแค่คนประกอบคอม หรือคนรออัปเกรด RAM กับ SSD เท่านั้น แต่ยังอาจลากไปถึงราคาสินค้าไอทีแทบทุกชนิด ตั้งแต่โน้ตบุ๊ก พีซี สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต เครื่องเกม ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนต้องใช้ DRAM และ NAND เป็นส่วนประกอบสำคัญ

.

ที่มา : videocardz

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

7/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ติดตามข่าวสารในวงการไอทีและเทคโนโลยีหน่วยความจำมาอย่างใกล้ชิด พบว่าการเติบโตของ AI ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาหน่วยความจำอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายคนอาจคาดหวังว่าราคาของ RAM และ SSD จะลดลงตามวัฏจักรตลาดเหมือนในอดีต แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเราคงต้องทำใจเพราะยุคใหม่ของราคาหน่วยความจำคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เทรนด์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดที่แท้จริง โดยที่ความต้องการใช้หน่วยความจำของฮาร์ดแวร์ AI เช่น HBM และ DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์นั้นสูงมากและมีความสำคัญเชิงธุรกิจ ทำให้ผู้ผลิตต้องโฟกัสไปที่การผลิตชิ้นส่วนที่กำไรสูง ส่งผลให้ตลาดสำหรับผู้บริโภคทั่วไปต้องแย่งชิงกำลังการผลิตกันอย่างเข้มข้น แม้ว่าผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung, SK hynix และ Micron จะลงทุนเพิ่มโรงงานและกำลังการผลิต แต่กับอัตราการเติบโตของ AI ที่รวดเร็วยิ่งกว่า ทำให้การผลิตที่เพิ่มขึ้นยังไม่ทันจะตอบโจทย์ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นนี้ได้เต็มที่ โรงงานใหม่ที่จะมาในช่วงปี 2028 อาจช่วยลดแรงกดดันได้บ้าง แต่ก็คงไม่พอที่จะทำให้ราคากลับมาเท่าเดิม สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนอัพเกรดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือซื้อไอทีใหม่ อาจต้องเตรียมงบประมาณที่สูงขึ้น และอาจต้องพิจารณาเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำให้เพียงพอตั้งแต่แรก เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการอัพเกรดในราคาที่แพงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การดูแลรักษาและใช้งานอุปกรณ์อย่างประหยัดหน่วยความจำ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความจำเป็นในการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้ง สุดท้าย การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีและตลาดไอทีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูมของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม และเป็นสัญญาณว่าเราต้องพร้อมปรับตัวและวางแผนรับมือกับราคาสินค้าเทคโนโลยีที่จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว