ซื้อการ์ดจอมาเป็นปี แต่ไม่เคยได้ใช้ เพราะ...

มีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ว่า เขาเสียเงินหลายหมื่นบาทประกอบคอมเครื่องใหม่ตั้งแต่เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน แต่กลับรู้สึกมาตลอดว่าประสิทธิภาพของเครื่องไม่แรงอย่างที่ควรจะเป็น

.

เจ้าตัวเล่าว่า แม้คอมจะติดตั้งการ์ดจอแยกมาให้เรียบร้อย แต่เวลาเล่นเกมอย่าง League of Legends กลับทำเฟรมเรตได้เพียงประมาณ 60 FPS เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดไว้มากสำหรับคอมในระดับราคานี้ แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์มากนัก จึงใช้งานต่อมาเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เอะใจว่ามีอะไรผิดปกติ

.

จนกระทั่งไม่นานมานี้ มีเพื่อนแวะมาที่บ้านและลองตรวจสอบเครื่องให้ จึงพบว่าสาย HDMI จากหน้าจอถูกเสียบอยู่กับพอร์ต HDMI บนเมนบอร์ดมาตลอด แทนที่จะเสียบกับช่อง HDMI หรือ DisplayPort ที่อยู่บนการ์ดจอแยกด้านล่างของเคส

.

แถมพอร์ตของการ์ดจอแยกยังมีจุกกันฝุ่นปิดอยู่เหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ซื้อเครื่องมา เจ้าตัวอาจไม่เคยต่อจอผ่านการ์ดจอแยกโดยตรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

.

ปัญหานี้ถือว่าเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้ใช้มือใหม่ เพราะด้านหลังคอมพิวเตอร์มักมีช่องต่อจออยู่ 2 ตำแหน่ง โดยพอร์ตที่อยู่ด้านบนใกล้กับช่อง USB และช่องเสียบสาย LAN จะเป็นพอร์ตที่อยู่บนเมนบอร์ด ซึ่งใช้แสดงผลผ่าน iGPU

.

ส่วนพอร์ตที่อยู่ด้านล่างถัดลงมา ซึ่งมักวางเรียงในแนวนอนและอยู่บนแผงของการ์ดจอ จะเป็นช่องที่ควรใช้ต่อกับหน้าจอมากกว่า หากเครื่องมีการติดตั้งการ์ดจอแยก เพราะจะได้ดึงประสิทธิภาพของการ์ดจอที่เสียเงินซื้อมาใช้งานอย่างเต็มที่

.

อย่างไรก็ตาม การเสียบสายจอเข้ากับเมนบอร์ดไม่ได้หมายความว่าการ์ดจอแยกจะไม่ทำงานเลยในทุกกรณี เพราะบางบอร์ดสามารถตั้งค่าให้การ์ดจอแยกช่วยประมวลผล แล้วส่งภาพออกผ่านพอร์ตของเมนบอร์ดได้ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงและขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเครื่อง ไดรเวอร์ และตัวเกมที่ใช้งาน

.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนคลาสสิกของคนหัดเล่นคอม ซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยพลาดหรืออย่างน้อยก็เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้กันมาบ้าง เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ปัญหาเสียบสายจอผิดช่องก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ

.

ดังนั้นใครที่เพิ่งประกอบคอมใหม่แล้วรู้สึกว่าเล่นเกมได้ไม่แรงสมสเปค ก่อนจะไปไล่เช็กการตั้งค่าหรือโทษอุปกรณ์ ก็อย่าลืมหันไปดูด้านหลังเครื่องก่อนว่าเสียบสายจอเข้ากับการ์ดจอถูกช่องแล้วหรือยัง ไม่อย่างนั้นการ์ดจอราคาแพงที่เสียเงินซื้อมาอาจถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพเหมือนเจ้าของเรื่องนี้

.

ที่มา : HKEPC

#ไอทีน่ารู้ #ข่าวไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที

7/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมเองที่เคยเจอกับปัญหานี้ เห็นได้ชัดว่าการเสียบสายจอผิดพอร์ตสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการเล่นเกมและการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างมาก ครั้งหนึ่งผมประกอบพีซีเองและซื้อการ์ดจอแรงๆ มาใช้ แต่กลับไม่เห็นความแตกต่างของเฟรมเรตเมื่อเทียบกับการ์ดจอออนบอร์ด แถมยังสงสัยว่าสเปคที่ลงทุนไปมหาศาลนั้นทำไมใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อปรึกษากับเพื่อนซึ่งมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ เขาได้ช่วยตรวจสอบและพบว่าผมเผลอเสียบสาย DisplayPort จากจอคอมพิวเตอร์ไปยังพอร์ตของเมนบอร์ด ซึ่งใช้เป็นพอร์ตภาพจากการ์ดจอออนบอร์ด (iGPU) เท่านั้น ไม่ได้ต่อผ่านการ์ดจอแยกที่วางในสล็อต PCIe หลังจากเปลี่ยนมาเสียบสายกับพอร์ตที่อยู่บนการ์ดจอแยกโดยตรง ทำให้เฟรมเรตเกมโดยเฉพาะเกมที่ต้องการกราฟิกหนักๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อุปกรณ์ที่ผมลงทุนไปถูกใช้งานอย่างเต็มที่ ทั้งการเล่นเกม การตัดต่อวิดีโอ หรืองานกราฟิกต่างๆ นอกจากนี้ยังตรวจสอบได้ว่าพอร์ตของการ์ดจอแยกมักจะอยู่ในแผงของตัวการ์ดที่ติดตั้งในช่อง PCIe ด้านล่างของกล่องเคส และมักจะมีจุกกันฝุ่นปิดไว้หากไม่เคยเสียบสาย ทำให้ง่ายต่อการสังเกต สำหรับผู้ที่เพิ่งประกอบคอมพิวเตอร์และสังเกตว่าเครื่องเล่นเกมหรือโปรแกรมต่างๆ ช้ามากกว่าที่ควรจะเป็น แนะนำให้ตรวจสอบสายจอว่าต่อกับพอร์ตของการ์ดจอแยกอย่างถูกต้อง เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่แล้ว ยังช่วยป้องกันการสับสนและเสียเวลาตั้งค่าอื่นๆ มากเกินความจำเป็น ในกรณีที่เมนบอร์ดบางรุ่นสามารถตั้งค่าให้ส่งภาพจากการ์ดจอแยกผ่านพอร์ตเมนบอร์ดได้ จริงอยู่ที่บางครั้งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง แต่โดยทั่วไประบบจะไม่ดึงศักยภาพของการ์ดจอแยกเต็มที่ จึงแนะนำให้เสียบสายจอที่พอร์ตการ์ดจอแยกโดยตรงเสมอ สุดท้ายนี้ ผมอยากแนะนำสำหรับมือใหม่ทุกคนว่าอย่าลืมตรวจสอบการเชื่อมต่อสายจอหลังประกอบเครื่องว่าตรงกับพอร์ตการ์ดจอแยก ไม่ใช่พอร์ตที่อยู่บนเมนบอร์ด เพื่อให้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และเกมในระดับที่ต้องการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดความสับสนเวลาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต