4/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงแรกที่ลองทำ “ต้มข่าไก่ใส่เลือด” เองที่บ้าน ยอมรับเลยว่ากังวลเรื่องกลิ่นคาวกับเลือดแตกในหม้อ แต่พอจับทางได้แล้ว เมนูนี้อร่อยมากค่ะ น้ำต้มข่าหอมข่า-ตะไคร้-ใบมะกรูด กะทิมันนัว แล้วมีเนื้อเลือดนุ่มๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือดี วัตถุดิบที่แนะนำ (ทำให้อร่อยและไม่คาว) - เลือดไก่หรือเลือดหมูแบบก้อน เลือกที่สีเข้มสม่ำเสมอ ไม่มีเมือก และไม่มีกลิ่นแรง ถ้าเป็นเลือดสดควรซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้และแช่เย็นตลอด - ไก่ (สะโพก/น่องจะนุ่ม) หรือจะใช้ไก่บ้านก็ได้แต่ต้องเคี่ยวนานขึ้น - ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง (ช่วยดับคาว) - กะทิ (แนะนำกะทิกล่อง/กระป๋องที่กลิ่นไม่หืน) - น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย น้ำมะนาว พริกขี้หนูบุบ ทริคสำคัญ: ลวกเลือดยังไงให้เนียน ไม่แตก ไม่คาว 1) ตั้งน้ำให้เดือดอ่อนๆ (ไม่ต้องเดือดพล่าน) ใส่เกลือนิดเดียว หรือหยดน้ำส้มสายชูนิดหน่อยช่วยให้เลือดเซ็ตตัว 2) หั่นเลือดเป็นชิ้นพอดีคำก่อนลวก จะคุมเวลาได้ง่ายกว่า 3) ลวกแค่พอผิวตึงและอยู่ตัว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วค่อยใส่ลงหม้อต้มข่าช่วงท้าย เหตุผลที่ทำแบบนี้คือ ถ้าโยนเลือดลงในหม้อที่กำลังเดือดแรงๆ เลือดมีโอกาสแตก น้ำขุ่น และกลิ่นคาวจะชัดขึ้นค่ะ วิธีต้มข่าให้หอมมันแบบร้าน - เคล็ดลับของเรา: “ต้มเครื่องก่อนใส่กะทิ” โดยต้มข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงในน้ำ/น้ำสต๊อกไก่ก่อน 5–10 นาทีให้กลิ่นออกเต็มๆ แล้วค่อยใส่ไก่ลงไปต้มจนสุกนุ่ม - จากนั้นค่อยเติมกะทิ และใช้ไฟอ่อนถึงกลาง อย่าให้เดือดแรง เพราะกะทิจะแตกมันและกลิ่นจะไม่ละมุน จังหวะปรุงรส (ช่วยให้ไม่ขม ไม่ฝาด) - ปรุงเค็มด้วยน้ำปลาก่อน - เติมหวานนิดเดียวให้ตัดรส (ไม่ต้องหวานนำ) - “ปิดไฟก่อนค่อยใส่มะนาว” จะได้กลิ่นหอมสดและไม่ขม - ใส่พริกขี้หนูบุบตอนท้าย ใครชอบเผ็ดค่อยเพิ่ม ใส่เลือดตอนไหนดีที่สุด? ใส่เลือดที่ลวกไว้ “หลังจากใส่กะทิและปรุงรสเกือบเสร็จ” แล้วอุ่นต่อด้วยไฟอ่อน 2–3 นาทีพอให้ร้อนทั่ว ห้ามคนแรงๆ เลือดจะหักแตกได้ค่ะ ปัญหาที่เจอบ่อยและวิธีแก้ - น้ำต้มข่าคาว: เพิ่มหอมแดง/ข่ามากขึ้นเล็กน้อย และอย่าใส่มะนาวตอนเดือด - เลือดแข็งกระด้าง: มักเกิดจากลวกนานไปหรืออุ่นนานเกิน ให้ลวกสั้นลงและใส่ท้ายสุด - กะทิแตกมัน: ใช้ไฟอ่อน และเติมกะทิหลังจากไก่เริ่มสุกแล้ว ถ้าทำตามนี้ ต้มข่าไก่ใส่เลือดจะออกมาหอมมัน กลมกล่อม เลือดนุ่มไม่คาว กินได้เพลินมากค่ะ