จรั๊วะโดง=น้ำพริกกะทิปลาทู

2025/8/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจคุ้นชื่อ “น้ำพริกกะทิ” แต่ถ้าเป็นสายอีสานใต้จะเรียกกันว่า “จรั๊วะโดง” (บ้านเราบุรีรัมย์เรียกแบบนี้เลย) รสจะต่างจากน้ำพริกทั่วไปนิดนึงตรงความ “มันหอมกะทิ” ตัดกับความเผ็ดและความเค็มนัวจากปลาทู กินแล้วรู้สึกเหมือนข้าวหมดหม้อแบบไม่รู้ตัว ส่วนผสมที่ทำแล้วรสกลมๆ (ทำกิน 2-3 คน) - ปลาทูนึ่ง/ปลาทูทอด 1-2 ตัว (แกะเอาแต่เนื้อ) - กะทิ 1 ถ้วย (ถ้าชอบข้นๆ ใช้หัวกะทิเพิ่มได้) - หอมแดง 5-7 หัว - กระเทียม 5-7 กลีบ - พริกสด/พริกแห้งคั่ว ตามระดับเผ็ดที่ไหว (บ้านๆ จะเผ็ดนำ) - กะปิ 1 ช้อนชา (ใส่นิดเดียวให้หอม) - น้ำปลา/เกลือเล็กน้อย และน้ำตาลปลายช้อน (ถ้าชอบติดหวาน) - มะนาว (ใส่ตอนท้ายถ้าอยากได้เปรี้ยวสด) วิธีทำที่ฉันชอบ (ง่ายและหอม) 1) คั่ว/ย่างหอมแดง กระเทียม และพริกให้หอมก่อน จะช่วยให้น้ำพริกกะทิหอมมากขึ้น ไม่ฉุนดิบ 2) โขลกพริกกับเกลือเล็กน้อย ตามด้วยหอมแดง กระเทียม และกะปิ โขลกพอหยาบๆ จะได้เนื้อสัมผัสดี 3) ใส่เนื้อปลาทูลงไป โขลกเบาๆ ให้เข้ากัน (ไม่ต้องละเอียดมาก) 4) ตั้งไฟอ่อน ใส่กะทิลงหม้อ พอกะทิเริ่มอุ่นค่อยใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป คนเรื่อยๆ ให้เข้ากัน ปรุงด้วยน้ำปลา/เกลือ ชิมให้เผ็ดเค็มนำ มันตาม 5) เคล็ดลับไม่ให้กะทิแตกมัน: ใช้ไฟอ่อนและคนตลอดช่วงแรกๆ อย่าเร่งไฟแรง พอทุกอย่างเข้ากันดีค่อยเคี่ยวให้ข้นตามชอบ 6) ปิดไฟแล้วค่อยบีบมะนาว (ถ้าใส่) กลิ่นจะสดกว่าและไม่ขม กินกับอะไรอร่อยสุด (สายบ้านๆ แนะนำ) - ผักลวก: ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ฟักทอง ใบชะอม - ผักสด: แตงกวา มะเขือเปราะ ผักกาดขาว - ไข่ต้ม/ไข่เจียว และข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวก็เข้ากันมาก ถ้าอยากได้ฟีล “จรั๊วะโดงบุรีรัมย์” จริงๆ ฉันแนะนำให้คั่วเครื่องให้หอม และใช้ปลาทูเนื้อแน่นๆ จะได้ความนัวแบบไม่ต้องพึ่งผงปรุงรสเลย ทำครั้งแรกอาจต้องปรับความเผ็ดกับความเค็มตามที่บ้านชอบ แต่พอได้สูตรที่ใช่แล้ว จะกลายเป็นเมนูประจำที่ทำเมื่อไหร่ก็หมดเร็วทุกทีค่ะ

ค้นหา ·
ทำน้ำพริกจรั๊วะโดง

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ป้าเหม่ง
ป้าเหม่ง

กินกับผักลืมผัว จงันนะ

ดูเพิ่มเติม(1)