Automatically translated.View original post

Perhaps the most exhausting thing is to have to "forcibly be another version of yourself" every day.

5/19 Edited to

... Read moreเมื่อโตขึ้น เรามักเริ่มเข้าใจว่าความเหนื่อยล้าจากงานไม่ได้มาจากความหนักหน่วงของงานเสมอไป แต่มาจากความรู้สึกที่ว่าเราไม่สามารถเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริงในที่ทำงาน การต้องระวังคำพูด สีหน้า ท่าทาง เพื่อไม่ให้ใครไม่พอใจ หรือกลัวว่าจะเป็นเป้าของความขัดแย้ง กลายเป็นภาระทางใจที่หนักหน่วงมากกว่างานที่ทำเสียอีก จากประสบการณ์ส่วนตัว การต้องฝืนเข้ากับสภาพแวดล้อมและบทบาทที่เรารู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่ตัวเราจริงๆ นั้น เหมือนกับการใส่หน้ากากในทุกวัน จนในบางครั้งก็รู้สึกอยากจะหายไปเงียบๆ เพื่อพักใจและทบทวนตัวเองใหม่ การที่เราไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้แสดงความเป็นตัวเองในที่ทำงาน นำไปสู่การหมดไฟ หมดแรงจูงใจ แม้จะทำงานที่รักก็ตาม สิ่งที่ช่วยได้คือการหาเวลาพักผ่อน จัดการความเครียดโดยไม่เก็บไว้คนเดียว อาจจะเป็นการพูดคุยกับเพื่อนสนิท หรือเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวความรู้สึก เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักในใจ และหากทำได้ ลองสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ทั้งในและนอกที่ทำงาน เช่น การเข้ากลุ่มกิจกรรมที่สนใจ หรือการออกไปเจอธรรมชาติ เพื่อเติมพลังและปลดปล่อยความเครียดที่ตกค้าง จำไว้ว่า ทุกคนล้วนมีค่าที่แท้จริงในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องฝืนเป็นเวอร์ชั่นอื่นเพื่อให้ใครยอมรับ การให้โอกาสตัวเองได้พักใจและยอมรับความรู้สึกเหนื่อยเป็นเรื่องสำคัญในการฟื้นฟูพลังชีวิต และอาจเป็นก้าวแรกสู่การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นในอนาคต