Automatically translated.View original post

"There was a time in life... where we weren't sad but didn't feel happy about anything."

7/16 Edited to

... Read moreเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนไม่เศร้า แต่ก็เหมือนไม่พบความสุขอะไรเลย การรู้สึกแบบนี้เป็นสัญญาณของ Burnout หรือภาวะหมดไฟในการทำงานที่เราอาจไม่ค่อยรู้จักกันดีนัก Burnout ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องร้องไห้หรือแสดงออกให้คนอื่นเห็นเสมอไป บางทีคนที่หมดไฟยังคงทำงาน ยิ้ม ตอบรับว่าโอเคได้เหมือนเดิม แต่ภายในใจนั้นแทบไม่มีแรงมากพอจะรับมือกับความเครียดและความเหนื่อยล้าเหล่านั้นอีกต่อไป สำหรับหลายคน งานที่เคยภูมิใจ กลับกลายเป็นแค่สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จไปในแต่ละวัน วันหยุดไม่สามารถทำให้หายเหนื่อยได้ เพราะใจไม่ได้พักจริงๆ นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดของ Burnout เพราะมันทำให้คนใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ภายในนั้นเหมือนไม่เหลืออะไรเลย การรับมือกับภาวะนี้ ขั้นแรกคือการยอมรับความรู้สึกของตัวเองและหาเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง การพูดคุยกับเพื่อนหรือคนที่เข้าใจสามารถช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว การแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ ทำให้เรารับรู้ว่าคนอื่นก็ผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้วและเราสามารถก้าวผ่านมันไปได้ ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าไม่ได้เศร้าแต่ก็ไม่สุข ลองสังเกตจิตใจตัวเองว่าคุณกำลังหมดแรงหรือหมดไฟหรือไม่ และอย่าลืมหาเวลาพักจากงานหรือกิจกรรมที่ทำให้ใจได้พักจริงๆ แม้เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้การเปลี่ยนวิธีคิด เช่น เลือกมองหาความหมายในสิ่งเล็กๆ ที่ทำแต่ละวัน หรือหันมาดูแลสุขภาพกายและใจ ก็เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูพลังใจกลับมา ที่สำคัญคือการไม่ปิดกั้นตัวเอง อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะมนุษย์ก็ต้องการการพักผ่อนและการสนับสนุนจากคนรอบข้างเสมอ ช่วงชีวิตแบบนี้แม้อาจจะดูมืดมน แต่คุณไม่ใช่คนเดียวที่ผ่านมันมา แล้วถ้าวันหนึ่งได้หยุดพักใจจริงๆ ความสุขเล็กๆ จะเริ่มกลับคืนมาอย่างแน่นอน