🇹🇭 ไทยกำลังเปิดกว้างเรื่อง Stablecoin พร้อมเดินหน้า Travel Rule⚠️ แล้ว “โปรโมตแบบไหน” เสี่ยง

🇹🇭 ไทยกำลังเปิดกว้างเรื่อง Stablecoin พร้อมเดินหน้า Travel Rule

⚠️ แล้ว “โปรโมตแบบไหน” เสี่ยงผิดกฎหมาย?

.

.

.

🔥 ประเทศไทยกำลังพูดถึง Stablecoin มากขึ้น ทั้ง Tokenized Money, RWA, Crypto Card, Wallet ไปจนถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเชื่อมกับระบบการเงินเดิม

.

❓ แต่มี 2 คำถามที่คนใช้คริปโตควรรู้ให้ชัด

.

🔸 Stablecoin ใช้ในไทยได้แค่ไหน?

🔸 การรีวิว โฆษณา โปรโมตแบบไหน เสี่ยงผิดกฎหมาย?

.

💥 เพราะคำว่า “ไทยเปิดรับ Stablecoin” ไม่ได้แปลว่า Stablecoin จะถูกนำไปใช้ หรือโปรโมตได้ทุกรูปแบบ

.

——

.

❓ ถือ Stablecoin ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าเอาไปใช้เป็น Means of Payment ได้

.

Means of Payment ในบริบทนี้ คือการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ

.

ซึ่งตอนนี้แบงก์ชาติยังไม่เปิดให้ Stablecoin เช่น USDT หรือ USDC นำมาใช้เป็น Means of Payment แทนเงินบาทโดยตรงในร้านค้า

.

ดังนั้นต้องแยกสองสถานการณ์นี้ออกจากกัน

.

🔹 เราจ่าย USDT → ร้านค้าได้รับ USDT

🔹 เรามี USDT → ระบบแปลง USDT เป็นเงินบาท → ร้านค้าได้รับบาท

.

ฝั่งผู้ใช้อาจรู้สึกว่าเหมือนกัน แต่ในมุม Means of Payment สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

.

ดังนั้นเวลาเห็น Crypto Card หรือ Wallet ที่บอกว่า “ใช้คริปโตจ่ายได้” มี 3 คำถามที่ควรเช็ก

.

🔸 สุดท้ายร้านค้าได้รับ USDT หรือได้รับเงินบาท?

🔸 ใครเป็นผู้รับ USDT ไปแปลงเป็นเงินบาทก่อนถึงร้านค้า?

🔸 และผู้ให้บริการตัวกลางนั้นอยู่ภายใต้ใบอนุญาตอะไร?

.

ℹ️ อีกข้อที่ต้องรู้คือ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับ ไม่สามารถสนับสนุนหรืออำนวยความสะดวกให้คริปโตถูกนำไปใช้เป็น Means of Payment ได้โดยตรง

.

——

.

❓ ธปท. ไม่ได้ปิดประตู แต่กำลังเลือกว่าจะเปิด Tokenized Money แบบไหน

.

อีกด้านหนึ่ง แบงก์ชาติก็ไม่ได้ปิดกั้นหรือปฏิเสธเทคโนโลยีนี้

ปัจจุบัน เปิด Regulatory Sandbox ให้ทดสอบ Tokenized Money บางรูปแบบแล้ว เช่น

.

🔹 Deposit Token

🔹 e-Money Token

🔹 Programmable Money

.

แต่ Stablecoin โดยเฉพาะยังอยู่ระหว่างการพิจารณากฎเกณฑ์และกรอบรองรับเพิ่มเติม

.

💥 พูดง่ายๆก็คือ “ประตูไม่ได้ปิด แต่ก็ยังไม่ได้เปิดทั้งหมด”

.

——

.

❓ ทำไมไทยต้องมี Stablecoin ทั้งที่ PromptPay ก็ดีอยู่แล้ว?

.

นี่เป็นคำถามที่สำคัญมาก ประเทศไทยมี PromptPay ที่

.

🔸 เร็ว

🔸 ต้นทุนต่ำ

🔸 ใช้ง่าย

🔸 คนจำนวนมากใช้อยู่แล้ว

.

ดังนั้น Stablecoin จะเกิดจริงไม่ได้เพียงเพราะ “เทคโนโลยีทำได้” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า

.

💥 “ทำแล้วได้อะไรที่ดีกว่า ระบบเดิมที่เรามีอยู่?”

.

💜 มุมของ SCBX มองว่าโจทย์สำคัญคือมี Demand จริงไหม ผู้ใช้ได้ประโยชน์อะไร และโมเดลนั้นคุ้มทุนหรือเปล่า

.

——

.

❓ Use Case แรกอาจจะเกิด “หลังบ้านของการเงิน” ก่อนหน้าร้านทั่วไป

.

Use Case ที่ถูกพูดถึงมากกว่าการใช้ซื้อของทั่วไป มีทั้ง

.

🔹 B2B Payment

🔹 Supply Chain Finance

🔹 การโอนเงินข้ามประเทศ

🔹 Settlement

🔹 Tokenized Asset

🔹 Real World Asset หรือ RWA

.

ตัวอย่างเช่น Programmable Money อาจช่วยตั้งเงื่อนไขการจ่ายเงินอัตโนมัติ หรือช่วยให้ธุรกิจใน Supply Chain ได้รับเงินเร็วขึ้น

.

ขณะที่การเติบโตของสินทรัพย์ Tokenized

เช่น หุ้น , พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ ก็อาจสร้างความต้องการ Tokenized Money เพื่อใช้ชำระ และส่งมอบสินทรัพย์

.

💥 ดังนั้น Stablecoin อาจเข้ามาเปลี่ยน “หลังบ้านของระบบการเงิน” ก่อนจะเปลี่ยนวิธีซื้อของในชีวิตประจำวัน

.

——

.

❓ ธนาคารแห่งประเทศไทย แบงก์ชาติกังวลอะไร?

.

แบงก์ชาติให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก

.

⚠️ สินทรัพย์หนุนหลัง

เหรียญนั้นมีอะไรค้ำอยู่ และน่าเชื่อถือแค่ไหน

.

⚠️ AML หรือการป้องกันการฟอกเงิน

จะป้องกันไม่ให้ Stablecoin กลายเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายยังไง

.

⚠️ เสถียรภาพและการคุ้มครองประชาชน

ถ้าบริษัทผู้ออกเหรียญมีปัญหา ผู้ใช้งานจะได้รับการคุ้มครองยังไงบ้าง

.

💥 เพราะฉะนั้นคำถามไม่ได้มีแค่ “Stablecoin สะดวกไหม?”

แต่ต้องถามด้วยว่า “ถ้าเกิดปัญหา ใครรับความเสี่ยง?”

.

——

.

❓ Travel Rule กำลังมา

.

อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล

.

แนวคิดหลักคือ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลของผู้โอน และผู้รับประกอบธุรกรรมมากขึ้น เพื่อช่วยตรวจสอบ

.

🔸 การฟอกเงิน

🔸 ธุรกรรมที่น่าสงสัย

🔸 อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

🔸 การเชื่อมโยงกับ Wallet ที่มีความเสี่ยง

.

⚠️ จากข้อมูลในงานสัมมนาเมื่อ 28 ส.ค. ก.ล.ต. ระบุว่า Travel Rule อยู่ในขั้นเตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษา และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2027

.

💥 ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ “ไทยกำลังเปิดคริปโตเสรี”

แต่เป็น “เปิดให้ใช้นวัตกรรมมากขึ้น พร้อมกับ ทำให้เส้นทางเงินตรวจสอบได้มากขึ้น”

.

——

.

❓ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมอง THB Stablecoin เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจคริปโตไทย

.

คุณนเรศ เหล่าพรรณราย (พี่แก๊ป) นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย Thai Digital Asset Association สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย มองว่า

THB Stablecoin อาจเป็น “ทางรอด” และช่วยสร้าง Use Case ใหม่ให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้

.

เหตุผลคือ วันนี้ผู้ประกอบธุรกิจอย่าง

.

🔹 Exchange

🔹 Broker

🔹 Dealer

.

ยังพึ่งรายได้จากค่าธรรมเนียมการเทรดเป็นหลัก ซึ่งขึ้นลงตามสภาวะตลาด

.

ถ้าในอนาคตมี THB Stablecoin และเกิดการใช้งานจริง

รายได้ของอุตสาหกรรมก็อาจจะไม่ต้องพึ่งแค่ “ยอดเทรด”

.

แต่สามารถเชื่อมไปถึงบริการทางการเงิน การท่องเที่ยว หรือ Use Case ใหม่ๆได้

อีกแนวทางที่มองว่าน่าสนใจ คือการดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาในระบบไทย

.

นักท่องเที่ยวถือ Stablecoin → แลกเป็นเงินบาท → ใช้จ่ายกับร้านค้าในไทย

โมเดลนี้มีข้อดีตรงที่

.

🔸 เงินต่างชาติเข้ามาในระบบไทย

🔸 ธุรกรรมสามารถเข้าสู่กระบวนการ KYC

🔸 ร้านค้ายังได้รับเงินบาท

🔸 ไม่จำเป็นต้องเปิดให้ Stablecoin เป็น Means of Payment โดยตรงทันที

.

อย่างไรก็ตาม ฝั่งสมาคมฯเองก็มองว่า การผลัก Stablecoin ไปสู่การชำระเงินโดยตรงยังเป็น “เกมยาว” และต้องใช้เวลา

.

ดังนั้นคำถามอาจจะต้องเป็น

💥 “THB Stablecoin จะสร้างธุรกิจใหม่ และดึงเงินเข้าประเทศไทยได้อย่างไร?”

.

——

.

⁉️ แล้วการ “โปรโมต Stablecoin” ในไทยล่ะ?

.

ตรงนี้เป็นอีกเรื่องที่คนทำคอนเทนต์ หรือแม้แต่คนทั่วไป ควรระวัง!!

.

เพราะ “การพูดถึง Stablecoin” กับ “การชักชวนคนไทยไปใช้บริการ” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

.

⚠️ ต้องแยกให้ออกระหว่าง

.

🔹 เล่าหลักการของ Stablecoin

🔹 ให้ความรู้เรื่อง Crypto Card หรือ Wallet

🔹 แชร์ประสบการณ์ใช้งาน

🔹 รายงาน Partnership หรือความร่วมมือ

.

⚠️ ส่วนรูปแบบต่อไปนี้ต้องเช็กให้ละเอียดขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อปลายทางเป็นผู้ให้บริการต่างประเทศ ที่ไม่ได้รับอนุญาตในไทย

.

❗ แชร์ Referral หรือ Affiliate แล้วได้รับผลประโยชน์

❗ ได้ Cashback หรือ Commission จากการใช้งานของคนที่สมัครต่อ

❗ รับเงินเพื่อพาคนไปสมัคร หรือ รับค่าจ้างโปรโมตบริการ

❗ ทำหน้าที่เป็นช่องทางพาคนไทยไปใช้ผู้ให้บริการจากต่างประเทศ

.

⚠️ อาจจะมีความผิดฐานชักชวน

ไม่ใช่แค่ KOL คนทั่วไปที่เข้าเงื่อนไขก็ถือว่าเสี่ยง

.

🔥 สำนักงาน กลต. เคยเตือนว่า การชักชวน ช่วยเหลือ เป็นตัวแทน หรือเป็นช่องทางให้คนในประเทศไทย เข้าไปใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายมีความรับผิดตามกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

.

และหลังจากการแก้กฎหมายในปี 2025 ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศที่มีพฤติกรรม solicit หรือโฆษณาบริการมายังคนไทย อาจถูกถือว่ากำลังให้บริการในประเทศไทย และต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย

.

——

.

⚠️ เพราะฉะนั้นการอ้างว่า

.

“บริษัทไม่ได้จ้างทำโพสต์” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีผลประโยชน์จากการโปรโมต”

.

ถ้าแชร์ REF แล้วได้รับ Cashback หรือ Commission จากคนที่สมัครต่อ

💥 มันก็ไม่ใช่แค่การบอกต่อเฉยๆ เพราะมีผลประโยชน์จากการที่คนอื่นตามไปใช้บริการด้วย

.

⁉️ และมี REF ก็ไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมายอัตโนมัติ ยังต้องดูว่า

.

🔸 ผู้ให้บริการเป็นธุรกิจประเภทไหน

🔸 ต้องมีใบอนุญาตในไทยไหม

🔸 คอนเทนต์มีลักษณะให้ข้อมูล หรือชักชวน

🔸 ผู้โพสต์ได้รับผลประโยชน์อะไร จากการพาคนเข้าไปใช้บริการ

.

——

.

🔥 สุดท้าย Stablecoin ในไทยกำลังเปิดกว้างขึ้นจริง

แต่ความเปิดกว้างนั้นมาพร้อมกับ กติกาที่ต้องละเอียดมากขึ้นด้วย

.

สิ่งที่คนใช้ควรแยกให้ออกคือ

.

❓ Stablecoin ใช้ทำอะไรได้

❓ ธุรกรรมจะถูกตรวจสอบอย่างไร

❓ และเราสามารถโปรโมตบริการนั้นให้คนอื่นได้แค่ไหน

.

👥 ถ้าคุณมีเพื่อนที่ใช้ Stablecoin , Crypto Card , Crypto Wallet

หรือ กำลังแชร์ REF ของบริการคริปโตจากต่างประเทศ

🔥 แชร์บทความนี้ให้เขาอ่านครับ

.

⚠️ เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนแค่ “ใช้ของแล้วบอกต่อ”

👀 อาจมีเส้นของกฎหมายอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด

.

📰 ขอขอบคุณงานสัมมนา “ยุทธศาสตร์ Stablecoin ในเวทีการเงินอาเซียน”

จาก คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร คุณกรณ์ จาติกวนิช พี่ตอง พี่แก๊ป และ พี่บอย มากๆครับ

ขอขอบคุณ ก.ล.ต. ที่มอบความรู้จากโครงการ Responsible Voices Finfluencer รุ่น 3

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว จาก efinancethai

.

#Stablecoin #กฎหมายคริปโต #แบงก์ชาติ #กลต #CryptoSai

8/30 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ใช้งาน Stablecoin และติดตามนโยบายคริปโตในประเทศไทย ผมอยากเล่าสิ่งที่สำคัญเพิ่มเติมเสริมความรู้สำหรับผู้สนใจ เช่น 1. การแยกความแตกต่างระหว่างการถือ Stablecoin กับการใช้ Stablecoin เป็นสื่อกลางชำระเงิน (Means of Payment) มีความสำคัญมาก เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ได้อนุญาตให้ Stablecoin เช่น USDT หรือ USDC ถูกใช้แทนเงินบาทโดยตรงในร้านค้าทั่วไป นั่นหมายความว่าการจ่ายด้วย Crypto Card หรือ Wallet ที่อ้างว่าสามารถใช้จ่ายได้จริง อาจแฝงด้วยเงื่อนไขที่ร้านค้าไม่ได้รับเหรียญ Stablecoin โดยตรง แต่ผ่านระบบแปลงเป็นเงินบาทก่อน 2. ปัจจุบันธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกกำกับดูแลไม่สามารถสนับสนุนการใช้ Stablecoin เป็น Means of Payment ได้โดยตรง จึงต้องระมัดระวังในการแนะนำหรือโปรโมตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยเฉพาะการรับผลประโยชน์จากการชักชวน หรือการแชร์ลิงก์ Referral เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ 3. ความคืบหน้าของ Travel Rule ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยไม่ได้เปิดเสรีคริปโตอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการเปิดให้นวัตกรรมควบคู่ไปกับการเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบเส้นทางเงิน เพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งผู้ใช้งานจึงควรเตรียมตัวและทำความเข้าใจเงื่อนไขใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2027 4. ในแง่ของการสร้างความมั่นใจ Stablecoin ที่ออกในไทย (THB Stablecoin) ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพราะจะช่วยขยาย Use Case ไปยังบริการการเงิน การท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเงินระหว่างประเทศอย่างปลอดภัย โดยที่ยังคงบทบาทของเงินบาทไว้ ทำให้ร้านค้าและผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5. สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน Stablecoin คือ ไม่ควรเข้าใจว่าการแชร์ประสบการณ์หรือข้อมูลทั่วไปคือการชักชวนทางการเงิน แต่ถ้ามีการรับผลประโยชน์หรือสนับสนุนเชิงธุรกิจ ควรตรวจสอบใบอนุญาตและรายละเอียดกฎหมายให้ชัดเจน เพราะกฎหมายไทยได้เข้มงวดขึ้นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ผมแนะนำว่าคนที่สนใจ Stablecoin และนวัตกรรมคริปโตอื่นๆ ควรศึกษาทั้งด้านเทคนิคและกฎหมายอย่างรอบด้าน พร้อมติดตามประกาศหรือแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายและรักษาสิทธิ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕