Automatically translated.View original post

InShot 101 EP.02 (continued) Sound menu

2025/8/16 Edited to

... Read moreหลายคนใช้ InShot ตัดต่อคลิปได้แล้ว แต่พอมาถึง “เมนูเสียง” มักงงว่าควรเริ่มตรงไหน เลยสรุปขั้นตอนที่เราใช้ประจำไว้ให้ทำตามได้ทันที (ต่อจาก EP ก่อนหน้า) 1) เข้าเมนู “เสียง” แล้วเลือกสิ่งที่อยากใส่ - เพลง (Music): เหมาะกับใส่ BGM ให้คลิปดูมีอารมณ์มากขึ้น - เอฟเฟกต์ (SFX): ใช้เสียงกดปุ่ม ป๊อป วูช เพิ่มความสนุก - บันทึกเสียง/พากย์ (Record/Voice): เหมาะกับสายรีวิว สอน หรือเล่าเรื่อง 2) ปรับ “ระดับเสียง” ให้บาลานซ์ ทริคที่ช่วยให้คลิปดูโปรคืออย่าปล่อยให้เพลงดังกลบเสียงพูด - ถ้ามีเสียงพูดเป็นหลัก: ลดเพลงให้เบาลง แล้วค่อยดันเสียงพูดให้ชัด - ถ้าเป็นคลิปบรรยากาศ: เพิ่มเพลงได้ แต่ระวังไม่ให้เสียงแตก (ฟังแล้วพร่า) 3) ตัดช่วงเสียงให้พอดีกับจังหวะคลิป หลังเพิ่มเพลง/เสียงแล้ว ลองแตะที่แถบเสียงบนไทม์ไลน์ - ใช้ “ตัด/แบ่ง (Split)” เพื่อตัดช่วงที่ไม่ต้องการ - ลากปลายแถบเสียงเพื่อ “Trim” ให้เริ่ม-จบตรงซีนสำคัญ เวลาทำคลิปสั้น เราจะตัดเพลงให้ลงจังหวะตอนเปลี่ยนภาพ จะทำให้ดูไหลลื่นขึ้นมาก 4) ทำเฟดเข้า-ออก (Fade) ถ้าเพลงเข้ามาแบบปุ๊บหรือหายไปทันที คนดูจะรู้สึกสะดุด แนะนำให้เปิดใช้ Fade in / Fade out สั้น ๆ เพื่อให้เสียงนุ่มขึ้น โดยเฉพาะตอนเปิดคลิปและตอนจบคลิป 5) ใส่ฟิลเตอร์/สไตล์ให้เข้ากับอารมณ์ (ถ้ามี) ในบางโปรเจกต์เราใช้โทนภาพแนว WARM / NEON หรือสไตล์สนุก ๆ อย่าง CIRCUS TIME / LATTE คู่กับเพลง จะช่วยคุมอารมณ์ทั้งภาพและเสียงให้ไปทางเดียวกัน (เลือกให้เข้ากับคอนเทนต์นะ) 6) เช็กก่อนส่งออกทุกครั้ง - ใส่หูฟังฟังอีกรอบ จะจับความดัง-เบาได้ชัดกว่า - ไล่ดูว่ามีช่วงเสียงพีคดังเกิน หรือเงียบหายไปไหม - ถ้าใส่หลายแทร็ก (เพลง+พากย์+SFX) ให้ฟังรวมว่าไม่ตีกัน ทำตามนี้ เมนูเสียงใน InShot จะไม่ยากเลย และช่วยให้คลิปดูน่าเชื่อถือขึ้นทันที ถ้าอยากให้ทำตัวอย่าง “ตั้งค่าเสียงสำหรับคลิปพูดหน้ากล้อง” หรือ “คลิปรีวิวสินค้า” บอกได้ เดี๋ยวสรุปเป็นขั้นตอนให้ต่อค่ะ/ครับ