การคาดการณ์ราคาเงิน UBS: เป้าหมาย 55 ดอลลาร์ยังคงอยู่

ราคาเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐปิดสัปดาห์ที่ 48.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.92% ในวันศุกร์ แต่ยังคงสูงขึ้นเล็กน้อยตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากความผันผวนที่แกว่งตัวรายวันมากกว่า 2%

เงินได้ถอยกลับจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ 54.50 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ UBS ยังคงมองว่าการปรับฐานเป็นชั่วคราวและรักษาเป้าหมายขาขึ้นที่ 55 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในกลางปี 2026

UBS กล่าวว่าการลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ "ถูกขับเคลื่อนโดยการทํากําไรจากนักลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของโลหะ" ธนาคารกล่าวเสริมว่า "อัตราดอกเบี้ยเล็กน้อยและอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ลดลง ความกังวลเกี่ยวกับหนี้ทั่วโลก การลดค่าเงินดอลลาร์ และความคาดหวังสําหรับการฟื้นตัวของการเติบโตทั่วโลกในปี 2026 ควรผลักดันให้ราคาเงินสูงขึ้น"

ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนทองคํา-เงินจะแคบลงเหลือเพียงประมาณ 76 เท่า โดยมีศักยภาพที่จะถึง 70 เท่า ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่จะสนับสนุนความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ของเงินต่อไป

“ฉากหลังนี้ควรสนับสนุนความต้องการการลงทุนที่แข็งแกร่งต่อไป” UBS กล่าว โดยคาดการณ์การถือครอง ETF ที่จะแซงหน้าระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 1,021 ล้านออนซ์ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 820 ล้านออนซ์ในปัจจุบัน

“จากการคาดการณ์ราคาทองคําของเราที่ 4,200 ดอลลาร์/ออนซ์ และมุมมองของเราเกี่ยวกับอัตราส่วนทองคํา-เงิน เราคาดการณ์ราคาเงินที่ 55 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2026” UBS กล่าว โดยเรียกการลดลงล่าสุดว่า “โอกาสที่จะวางตําแหน่งสําหรับการกลับตัวขึ้นอีก”

ราคาเงินปัจจุบัน: 48.66 ดอลลาร์/ออนซ์

ดูราคาเงินทั้งหมดในประวัติดอลลาร์สหรัฐที่นี่

การคาดการณ์ราคาเงิน UBS ล่าสุด: 55 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในเดือนมิถุนายน 2026

2025/11/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และตลาดการเงิน การคาดการณ์ราคาเงินของ UBS ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในกลางปี 2026 ถือเป็นข้อมูลน่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้สนใจติดตามตลาดโลหะมีค่า UBS มองว่าการปรับฐานราคาล่าสุด เป็นผลจากการทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นในช่วงที่ราคาพุ่งสูงจนใกล้ระดับ 54.50 ดอลลาร์ต่อนิ้ว ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการแกว่งตัวตามธรรมชาติของตลาดไม่ใช่แนวโน้มถาวร การปรับฐานนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนในการเข้าซื้อ เนื่องจากแนวโน้มระยะยาวยังเป็นบวก ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคานอกจากความต้องการลงทุน คืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่คาดว่าจะลดลง ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับโลหะมีค่า รวมถึงเงิน เนื่องจากต้นทุนโอกาสของการถือครองทอง เงินจะต่ำลง นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับหนี้ทั่วโลกและการลดค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาที่ทำให้เงินกลายเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง UBS ยังได้วิเคราะห์อัตราส่วนทองคำต่อเงินที่อาจแคบลงไปถึง 70 เท่า จากประมาณ 76 เท่าในปัจจุบัน ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเงินจะมีความเข้มแข็งมากขึ้นเมื่อเทียบกับทองคำในอนาคต ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นผ่านการถือครองเงิน ส่วนการเพิ่มขึ้นของการถือครอง ETF ที่คาดว่าจะทะลุ 1,021 ล้านออนซ์ จากระดับปัจจุบันประมาณ 820 ล้านออนซ์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตลาดเงินและความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งช่วยผลักดันราคาให้สูงขึ้นตามเป้าหมายที่ UBS กำหนด สำหรับนักลงทุนที่สนใจทำความเข้าใจภาพรวมราคาสินค้าโภคภัณฑ์และความเคลื่อนไหวตลาดโลหะมีค่าในปัจจุบัน การติดตามรายงานและการคาดการณ์จากธนาคารชั้นนำอย่าง UBS จะช่วยให้วางแผนการลงทุนได้อย่างมั่นใจและรัดกุมมากขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการใช้ช่วงเวลาที่ราคาปรับฐานเพื่อสร้างพอร์ตลงทุนที่สมดุลและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว