สรุปภาพรวมทองคำประจำเดือนตุลาคม จาก SSGA โดย STATE STREET INVESTMENT MANAGEMENT สรุปเนื้อหาสำคัญ
• SSGA ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำปี 2025–2026
• กรณีฐาน: 3,700–4,100 ดอลลาร์/ออนซ์
• กรณีกระทิง: 4,100–4,500 ดอลลาร์/ออนซ์
• กรณีขาลง: 3,300–3,700 ดอลลาร์/ออนซ์ (มองเป็นโซนน่าซื้อ)
• อาจมีโอกาสแตะ 4,800–5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในปี 2026 หากเงื่อนไขเหมาะสม
• ปัจจัยหนุนราคาทองคำ
• หนี้สาธารณะทั่วโลกยังสูง สร้างความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
• เงินทุนไหลเข้า ETF ทองคำ มากกว่า 72,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงปี 2020
• ธนาคารกลางยังซื้อทองคำต่อเนื่อง หนุนแนวรับราคา
• Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยจริง ทำให้การถือทองมีต้นทุนโอกาสต่ำลง
• ปัจจัยเสี่ยง
• ความต้องการเครื่องประดับในเอเชียชะลอตัวเพราะราคาสูง
• หากเศรษฐกิจสหรัฐกลับมาแข็งแรงและดอลลาร์แข็งค่า อาจกดดันราคาทอง
• มุมมองเชิงกลยุทธ์
• ช่วงปลายปีมีโอกาสเกิดแรงขาย ETF บางส่วน แต่ถูกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อ
• ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต
ในภาพรวม ตลาดทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและป้องกันความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่หนี้สาธารณะทั่วโลกยังคงสูง ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยแบบทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก STATE STREET INVESTMENT MANAGEMENT หรือ SSGA ชี้ให้เห็นว่าเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำในช่วงเวลาหลังปี 2020 มีมูลค่ามากกว่า 72,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าช่วงปี 2020 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงให้กับทุนสำรองของประเทศ อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำคือแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะลดต้นทุนโอกาสของการถือครองทองคำ และเพิ่มแรงดึงดูดให้กับการลงทุนในทอง แต่สำหรับความเสี่ยงที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การชะลอตัวของความต้องการเครื่องประดับทองคำในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากราคาทองคำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจเลื่อนการซื้อหรือเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทน โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะอ่อนแอ อีกทั้งถ้าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ก็มีแนวโน้มที่จะกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงได้ ในด้านกลยุทธ์ สรุปได้ว่าในช่วงปลายปีอาจมีแรงขาย ETF บางส่วนเกิดขึ้น แต่สำหรับนักลงทุนที่มีสายตายาว การใช้โอกาสนี้ในการเข้าซื้อทองคำถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เนื่องจากทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงและช่วยสร้างบาลานซ์ของพอร์ตการลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน สำหรับนักลงทุนที่สนใจทองคำในปี 2025-2026 การติดตามการเคลื่อนไหวของเงื่อนไขตลาด เช่น การอัตราดอกเบี้ยของ Fed การเปลี่ยนแปลงของหนี้สาธารณะโลก รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคสำคัญ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง
