GOLD MAN SACH ชาวอเมริกันยังถือทองคำน้อย อาจเป็นโอกาสของทองคำในปี 2026

👉 ภาพรวมหลัก: Goldman Sachs วิเคราะห์ว่า ความเป็นเจ้าของทองคำของนักลงทุนอเมริกันต่ำมาก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำขึ้นต่อได้ถ้ามีการขยายการถือครองจากภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมากขึ้นในอนาคต

🔹 ราคาทองคำปีนี้

• ทองคำในปี 2025 พุ่งแรง ทำ all-time highs อยู่ราว ประมาณ $4,400/ออนซ์ ก่อนปรับตัวลงเล็กน้อยที่ประมาณ $4,220/ออนซ์

🔹 ความเป็นเจ้าของทองคำของชาวอเมริกัน

• นักลงทุนอเมริกันโดยรวม ถือทองคำในพอร์ตน้อยมาก

– ETF ที่ลงทุนในทองคำคิดเป็นแค่ประมาณ 0.17% ของพอร์ตการเงินเอกชนในสหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2012 มาก

– แม้จะมี buzz เรื่องทองคำ (เช่น ยอดขายทองรูปพรรณ/เหรียญ) แต่ความต้องการจริงยังเล็กเมื่อเทียบกับทองคำ ETF

🔹 เหตุผลที่ Goldman มองว่า “ยังมี upside”

Goldman Sachs ชี้ว่า:

• ปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งการลงทุนที่ต่ำมากในทองคำ — ถ้ามีนักลงทุนรายย่อยหรือสถาบันเพิ่มสัดส่วนทองคำเพียงเล็กน้อย ก็จะ ผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

• Goldman ประมาณว่า ทุก ๆ การเพิ่ม 0.01% ของสัดส่วนการถือทองคำ จะดันราคาทองเพิ่มประมาณ 1.4%

🔹 แนวโน้มราคาในอนาคตตาม Goldman Sachs

• Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจถึง ~ $4,900/ออนซ์ในปลายปี 2026

และยังมี “upside risk” หากการลงทุนภาคเอกชน (เช่น กองทุน/นักลงทุนทั่วไป) ขยายตัวมากขึ้นกว่าเฉพาะความต้องการจากธนาคารกลางเท่านั้น

🌍 ความเห็นจากแหล่งอื่น ๆ (บริบทเสริม)

✔ ราคาทองยังได้รับแรงจาก:

• การคาดการณ์ Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ “ดอลลาร์อ่อนค่า” ช่วยหนุนทองคำ 🎯

• แนวโน้มราคาที่ยังอยู่เหนือระดับสูงกว่า $4,200/ออนซ์

✔ มีเสียงเตือนว่า ทองคำและตลาดหุ้นอเมริกันมีสัญญาณฟองสบู่ เพราะนักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทเยอะ ทำให้มีความเสี่ยงการปรับฐานรุนแรงได้

สรุปสั้น ๆ

📈 Goldman Sachs มองว่า

• นักลงทุนอเมริกัน “ถือทองน้อยมาก” → ยังมีศักยภาพให้ราคาปรับขึ้น

• ราคาทองอาจพุ่งต่อ จนถึงขอบเขต ~ $4,900 ในปี 2026 หากมีเงินลงทุนไหลเข้ามากขึ้น

2025/12/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากข้อมูลล่าสุด Goldman Sachs พบว่า การถือครองทองคำโดยนักลงทุนชาวอเมริกันยังอยู่ในระดับต่ำมาก โดย ETF ทองคำมีสัดส่วนเพียง 0.17% ของพอร์ตการเงินเอกชนในสหรัฐฯ ซึ่งนับว่ายังต่ำกว่าช่วงจุดสูงสุดในปี 2012 อย่างมีนัยสำคัญ การที่นักลงทุนรายย่อยหรือสถาบันยังไม่มีการถือทองคำมากนักนั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงโอกาสการขยายตัวของราคาทองคำในอนาคตได้ เนื่องจากทุกๆ การเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำ เพียงเล็กน้อย จะส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้นถึง 1.4% ตามการประมาณการของ Goldman Sachs ในปี 2025 ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดที่ราว 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลงมาเล็กน้อยที่ประมาณ 4,220 ดอลลาร์ สะท้อนถึงแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในตลาด เช่น การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ นอกจากนี้ ยังมีเสียงเตือนถึงความเสี่ยงฟองสบู่ในตลาดทองคำและหุ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของบทบาทนักลงทุนรายย่อย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผันผวนและความเสี่ยงการปรับฐานอย่างรุนแรงได้ ด้วยปัจจัยและสถานการณ์เหล่านี้ นักลงทุนที่สนใจทองคำควรติดตามการเปลี่ยนแปลงในระดับการถือครองของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด พร้อมศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสและความท้าทายในตลาดทองคำที่อาจเติบโตขึ้นในปี 2026 และปีถัดไป สุดท้าย การตัดสินใจลงทุนในทองคำควรทำด้วยความระมัดระวังและการวางแผนอย่างรัดกุม "ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง" ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างชัดเจน