ธปท.คุมเข้มออกมาตรการกำกับการเทรดทองคำ และการแลกเงิน ป้องกันปัญหาการฟอกเงิน 20 ม.ค. 69 นี้

📌 แนวทางนโยบายใหม่เกี่ยวกับทองคำ

1. คุมเข้มการซื้อขายทองออนไลน์

– ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกกฎควบคุมการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์

– กำหนด เพดานการซื้อขายสูงสุดไม่เกิน ~100 ล้านบาท/วัน/คน เพื่อป้องกันการฟอกเงินและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ช่วง ปลายเดือน ม.ค. นี้

2. จัดตั้ง Data Bureau

– รัฐบาลจะตั้งหน่วยงานกลางเชื่อมข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานต่างๆ (แบงก์, ก.ล.ต., ปปง.) เพื่อสกัดเส้นทางเงินเทาและเงินดำอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ภาษีนำเข้าทองคำและภาษีธุรกิจเฉพาะ

– กระทรวงการคลัง กำลังศึกษาแนวทาง กลับมาจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำ อีกครั้ง (ยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2542) และพิจารณาเก็บ ภาษีธุรกิจเฉพาะ กับการซื้อขายทองคำที่ ไม่มีการส่งมอบจริง เช่น ทองคำกระดาษ แต่ยังอยู่ในขั้นศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบก่อนใช้จริง

4. มาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง

– ผู้ให้บริการอี-วอลเล็ตจะต้องกำหนดเพดานใช้จ่าย

– ร้านแลกเงินถูกตั้งเพดานแลกเงินสดไม่เกิน 800,000 บาท/วัน

– ต้องใช้ระบบ KYC เพื่อระบุตัวผู้ทำธุรกรรมและป้องกันช่องโหว่ในการฟอกเงิน

📊 สรุปย่อ: รัฐบาลและ ธปท. กำลังเดินหน้าควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์และศึกษาการจัดเก็บภาษีใหม่ เพื่อจำกัดการฟอกเงิน ใช้ทองคำเป็นเครื่องมือปั่นค่าเงิน และสร้างความโปร่งใสให้ระบบการเงินในประเทศมากขึ้น.

#ทอง#ทองแท้#ทอง#ซิลเวอร์#ทองคํา#วิเคราะห์ทองคํา

1/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ครั้งนี้ มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะตลาดทองคำและการแลกเงินออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ทำให้เกิดช่องว่างในการฟอกเงินและชักจูงกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้ง่ายขึ้น การกำหนดเพดานการซื้อขายสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อวันต่อคน ช่วยให้ผู้ลงทุนรายใหญ่ไม่สามารถใช้ทองคำเป็นเครื่องมือปั่นค่าเงินหรือหลีกเลี่ยงภาษีได้ อีกทั้งการใช้ระบบ KYC ในธุรกรรมอี-วอลเล็ต และการตั้งเพดานแลกเงินสดวันละ 800,000 บาทในร้านแลกเงิน ช่วยควบคุมการไหลเวียนเงินสดอย่างเข้มงวดกว่าเดิม นอกจากนี้ การจัดตั้ง Data Bureau ที่เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งธนาคาร ก.ล.ต. และปปง. จะเป็นกลไกสำคัญในการสกัดเส้นทางเงินเถื่อนที่พยายามเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ผมเห็นว่าจุดนี้จะทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินมีประสิทธิภาพและแม่นยำขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมระบบการเงินไทยปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น เรื่องภาษีนำเข้าทองคำและภาษีธุรกิจเฉพาะ ยังอยู่ในขั้นการศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบ ซึ่งหากใช้จริง ก็สามารถป้องกันการซื้อขายทองคำกระดาษที่ไม่มีการส่งมอบจริง (เช่น ทองคำในรูปแบบสัญญา) ที่มักถูกใช้ในกิจกรรมฟอกเงินหรือเก็งกำไรจนทำราคาทองคำผิดเพี้ยนได้ ในฐานะคนที่สนใจลงทุนทองคำและติดตามแนวโน้มการกำกับดูแลการเงินเหล่านี้ แนะนำให้ทุกคนศึกษากฎระเบียบใหม่ให้ดี และเลือกทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อให้การลงทุนของเราปลอดภัยและได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม