ถึงเวลาฟังเสียงในใจเราแล้วนะ 💗
Blooming Souls Journey: Episode 6
เมื่อทุกอารมณ์ของเราก็มีคลื่นความถี่เฉพาะตัว ถึงเวลาที่เราจะต้องลองฟังเสียงหัวใจบ้างแล้วรึยัง?
ลองสังเกตุดูว่าบางที เราก็รู้สึกดีขึ้นมาแค่ได้อยู่ใกล้ใครบางคน หรือทำไมแค่ได้ฟังเพลงบางเพลงก็เหมือนได้ปลดล็อกความรู้สึกที่เก็บไว้?
จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยนะ เพราะทุกสิ่งในจักรวาลนี้...รวมถึงอารมณ์ของเรา...ต่างก็มี "คลื่นความถี่" สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้
ความรัก ความสุข และความสงบ สิ่งนามธรรมเหล่านี้ก็เหมือนคลื่นวิทยุที่ชัดเจนและสดใส ทำให้เรารู้สึกดี
ส่วนความกังวล ความกลัว หรือความเศร้า ก็เหมือนคลื่นที่มันติดขัดและดูอึมครึม ทำให้เรารู้สึกหนักๆในใจ
แล้วเราจะปรับจูนคลื่นใจของเราได้ยังไง? นี่แหละคือเหตุผลที่ พลังน้ำดอกไม้ของ ดร.บาค และคลื่นพลังงานเสียง จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา
Bach Flower ก็เหมือนพลังงานบริสุทธิ์จากธรรมชาติที่มีคลื่นความถี่สูงกว่าอารมณ์ลบๆ ที่เราเจอ เมื่อเราใช้มัน คลื่นความถี่ของดอกไม้จะช่วย "ปรับ" ใจเราให้กลับมาที่ความถี่ที่เป็นธรรมชาติและสมดุลอีกครั้ง
ส่วน Sound Bath ก็ใช้คลื่นเสียงนี่แหล ะแทรกซึมเข้าไปในทุกเซลล์ช่วยคลายพลังงานอารมณ์ที่มันติดขัดในร่างกายของเรา ทำให้พลังงานทุกอย่างกลับมาไหลเวียนได้ดีขึ้น
การดูแลใจของเราเปรียบเทียบให้ง่ายก็ไม่ต่างจากสัญญาณ Wi-Fi ในทุกวันนี้หรอก สัญญาณดีทุกอย่างก็ราบรื่น และนี่คือเหตุผลที่แพร์อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักและดูแลคลื่นความถี่ในใจของตัวเองไปพร้อมๆ กันนะคะ
#BachFlower #HolisticHealing #energyhealing #ปรึกษาBachFlower #soundbathhealing
ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่า “ถึงเวลาฟังเสียงในใจ” แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ฉันอยากชวนเริ่มจากการฟังแบบง่ายที่สุดก่อน คือฟัง “ความรู้สึกในร่างกาย” เพราะร่างกายมักซื่อสัตย์กว่าเหตุผลเสมอ วันไหนที่ใจหนักๆ ฉันจะลองหยุดทุกอย่าง 1 นาที วางมือบนหัวใจเหมือนในภาพ (มือวางบนอก) แล้วถามตัวเองเบาๆ ว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไรอยู่กันแน่?” ไม่ต้องรีบหาคำตอบสวยๆ แค่รับรู้ว่าเป็นกังวล เศร้า กลัว หรือเหนื่อย ก็พอแล้ว สิ่งที่ช่วยมากคือการสังเกต “คลื่น” ของอารมณ์แบบที่บทความพูดถึง บางวันอยู่ใกล้คนบางคนแล้วโล่งขึ้นทันที หรือฟังเพลงบางเพลงแล้วเหมือนปลดล็อกอะไรในใจ ฉันมองว่านี่คือสัญญาณว่าเรากำลังสัมผัสคลื่นความถี่ที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ (ความสงบ ความรัก ความปลอดภัย) เลยอยากแนะนำให้คุณทำลิสต์เล็กๆ ของ “สิ่งที่จูนแล้วดีขึ้น” เช่น เพลง 3 เพลง กลิ่น 1 กลิ่น มุมโปรดในบ้าน 1 มุม หรือกิจกรรมที่ทำแล้วใจเบาขึ้น แล้วใช้มันเป็นปุ่มรีเซ็ตในวันที่ใจล้น ถ้าอยากลองดูแลเชิงลึกขึ้น ฉันมักใช้ 2 อย่างสลับกันตามสภาพใจ 1) Bach Flower (น้ำดอกไม้บาค) ฉันชอบใช้เป็นเหมือน “ตัวช่วยปรับโทน” ในวันที่อารมณ์แกว่ง แต่ยังต้องทำงาน/ใช้ชีวิตต่อ จุดสำคัญคือเลือกให้ตรงอารมณ์ ณ ตอนนั้น เช่น วันไหนคิดมากวนซ้ำๆ ก็เลือกแนวที่ช่วยเรื่องความกังวล วันไหนหมดแรงใจ ก็เลือกแนวที่ช่วยเรื่องความท้อแท้ (ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะเลือกได้ตรงกว่า) หลังใช้ฉันจะสังเกตว่าใจนิ่งขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนมีพื้นที่หายใจเพิ่มขึ้น ซึ่งพอมีพื้นที่ เราจะฟังเสียงในใจได้ชัดขึ้นเอง 2) Sound Bath (อาบเสียง/การบำบัดด้วยคลื่นเสียง) วันที่รู้สึกอึดอัด “ค้าง” อยู่ในร่างกาย เช่น แน่นหน้าอก ไหล่เกร็ง หายใจสั้น ฉันจะเลือก Sound Bath เพราะมันเหมือนคลื่นเสียงค่อยๆ ละลายความตึงในตัวเรา (ในภาพมีขันเสียงบำบัดด้วย ซึ่งให้ฟีลแบบนั้นเลย) วิธีง่ายๆ ที่ทำเองได้คือเปิดเสียงที่ชอบ (ขันเสียง โบวล์ ทิเบตัน หรือดนตรีสมาธิ) แล้วนอนนิ่ง 10–15 นาที ตั้งใจฟังให้เหมือนเรากำลังอาบอยู่ในคลื่นสีรุ้งของเสียง พอจบให้สังเกตว่า “เมฆหมอกแห่งความกังวล” ในใจจางลงไหม แม้จางลงแค่ 10% ก็ถือว่าเราจูนติดแล้ว สุดท้าย ถ้าจะให้การ “ฟังเสียงในใจ” ชัดขึ้นจริงๆ ฉันใช้คำถาม 3 ข้อวนซ้ำเสมอ: - ตอนนี้ฉันต้องการอะไรที่สุด? - อะไรคือสิ่งที่ฉันพยายามฝืนอยู่? - ถ้าฉันใจดีกับตัวเอง 1 อย่างวันนี้ จะเลือกทำอะไร? บางครั้งคำตอบอาจเป็นเรื่องเล็กมาก เช่น ขอพัก ขอเงียบ ขออยู่คนเดียว หรือขอกอดตัวเอง นั่นแหละคือเสียงในใจที่เรามองข้ามมาตลอด และพอเราเริ่มฟังบ่อยๆ คลื่นความถี่ของใจก็ค่อยๆ กลับมาสมดุลและสงบขึ้นเอง
