Automatically translated.View original post

How to set up a slippery phone 📱✨

The phone is getting retarded. Don't reset the machine to waste time. 📱✨

In fact, just adjusting some "small settings" allows the machine to slip up immediately.

This post included points that should be checked, both reducing behind-the-scenes functionality, clearing space, and lightening the system.

Easy to follow. It doesn't take long, but it allows for a clearer flow of use.

Check out which one you missed. Fix it a little. Fix it like a new one. 👍

# Mobile technique # Trick mobile # Includes IT matters # IT should know # Mobile phone is very slow

5/6 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมือถือเริ่มหน่วงและใช้งานไม่ลื่นไหล พบว่าการปรับตั้งค่าบางอย่างที่ดูเหมือนเล็กน้อย เช่น ปิดการรีเฟรชแอปเบื้องหลัง (Background App Refresh) สำหรับแอปที่ไม่จำเป็น ช่วยลดภาระของซีพียูและแบตเตอรี่ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การเปิดใช้ Reduce Motion ในเมนู Accessibility จะช่วยให้ระบบแอนิเมชันน้อยลง เครื่องรู้สึกตอบสนองไวขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มฮาร์ดแวร์หรือลงแอปเสริมใดๆ แม้ว่าการมีแจ้งเตือนเยอะจะช่วยเราไม่พลาดข่าวสาร แต่การปิดแจ้งเตือนแอปที่ไม่สำคัญจะช่วยลดการทำงานของระบบเบื้องหลังได้ดีเช่นกัน ทำให้เครื่องประมวลผลได้ไวขึ้น อีกเรื่องสำคัญคือการเคลียร์ขยะ ดึงพื้นที่ว่างคืนมาอย่างน้อย 10-15% โดยลบรูปภาพซ้ำ วิดีโอขนาดใหญ่ หรือแอปที่ไม่ใช้งาน จะช่วยให้ระบบจัดการไฟล์ได้ดีขึ้น เสมือนเป็นการรีเซ็ตความวุ่นวายในตัวเครื่องแบบเบื้องต้น ส่วนการตั้งค่าการใช้งาน Location ให้เป็น "While Using App" แทนการตั้งเป็น Always นอกจากช่วยประหยัดแบตเตอรี่แล้วยังลดการโหลดข้อมูลเบื้องหลังของแอปที่ไม่จำเป็น ทำให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น อย่าลืมอัปเดตระบบและแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพราะแต่ละเวอร์ชันมักจะแก้บั๊กและเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานลื่นไหลมากขึ้น สุดท้าย การรีสตาร์ทเครื่องประมาณสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยเคลียร์ระบบชั่วคราว ลดการรันแอปฟ้อนได้ดี ทำให้การใช้งานประจำวันลื่นไหลขึ้นมาก การตั้งค่าทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่นาน ตั้งใจทำตามครบทุกขั้นตอน รับรองว่าประสบการณ์การใช้งานมือถือจะดีขึ้นมาก ฟีลเหมือนได้เครื่องใหม่โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่เลยทีเดียว