自動翻訳されています。元の投稿を表示する

壊れた石!どうしよう!?

一部の人々は、壊れた石を見つけたとき、その気持ちは石で壊れています。😭

だから、僧侶たちはめったに物を没収することを喜びません。

しかし、それでもロックが好きで、とにかく手に入れたいと思っているなら、

このように理解してみてください。

エネルギーラインに沿って、一致する波があるときに岩が私たちにやってきます。

私たちに来て、私たちのエネルギーを調整し、自分自身をバランスさせるのを手伝ってください、ヒリングス。

岩が割れたら、それを見てみましょう。

「石は彼の義務を果たした。」

または、一部の人々はその言葉を使用します

「岩が私たちを置く」

心の傷を癒すように。

エネルギー、目に見えない意図から私たちを守る。

不適切なオーラから私たちを守ってください。すでに。

誰かを責めたり、何かを責めたりして後悔しないでください。

これを試してみましょう。

私たちを手放して、岩に固執せずに私たちをなだめることを想像してください。

私たちの中の良いエネルギーは常に新しい岩石を引き寄せます。

その後、石を自然に持ち帰り、土地や木に持ち帰るようにして、結晶が分解されて時間内に再構築される日を待ちます。

#生の石 #エネルギーストーン #エンパワーメントストーン

1/17 に編集しました

... もっと見るหลายคนเจอประโยค “อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่ากระแทก” แล้วสงสัยว่า “คืออะไร” กันแน่ ในมุมที่ฉันได้ฟังต่อๆ กันมา (ทั้งสายความเชื่อและสายพลังงาน) ประโยคนี้มักใช้เป็นคำเตือนเชิงสัญลักษณ์ว่า อย่าทำอะไร “ห่ามๆ” หรือ “ไปท้าทายสิ่งที่มองไม่เห็น” เพราะอาจดึงดูดพลังงานหนักๆ เข้ามาหาตัวเองได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาเราอยู่ในสภาพใจแย่ เครียด หรืออารมณ์ตก คำว่า “ดึงฟ้าต่ำ” เลยเหมือนการลดระดับพลังใจตัวเองลง แล้วไปแตะเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องแตะ ส่วน “อย่าทำหินแตก อย่ากระแทก” หลายคนโยงกับหินพลังงาน/หินเสริมพลัง เพราะหินแตกแล้วจะรู้สึกใจเสีย และกลัวว่าเป็นลางหรือมีเรื่องร้าย แต่จากประสบการณ์ที่เห็นคนรอบตัว (รวมถึงตัวฉันเอง) หินแตกเกิดได้จากเหตุผลธรรมดามากๆ เช่น ตกพื้น โดนกระแทก โครงสร้างผลึกมีรอยร้าวอยู่แล้ว หรือบางชนิดเปราะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหินสีดำบางประเภทที่พอร้าวแล้วแตกเป็น 2 ชิ้นได้ง่าย ถ้าคุณเป็นสายพลังงานและยังรู้สึกกังวล ฉันชอบใช้วิธี “ตีความแบบอ่อนโยน” คือมองว่าหินอาจทำหน้าที่ของเขาแล้ว หรือ “รับแทนเราแล้ว” ตามที่หลายคนพูดกัน—เช่น ช่วงนั้นเราเจอความเครียดหนักๆ เจอคนพลังงานไม่เหมาะกับเรา (ออร่าไม่เข้ากัน) หรือกำลังฮิลลิ่งแผลใจ พอพลังงานเปลี่ยน หินก็เหมือนปิดจบภารกิจ แล้วควรทำยังไงต่อดี? 1) ตั้งสติ อย่ารีบโทษตัวเองหรือโทษใคร: หินแตกไม่ได้แปลว่าคุณพังหรือดวงตกเสมอไป 2) เช็ก “เหตุผลทางกายภาพ” ก่อน: แตกเพราะตก/กระแทก/โดนความร้อนไหม จะได้ไม่เผลอเชื่อเรื่องลางจนเครียดเกิน 3) ถ้ายังอยากเก็บไว้: เก็บชิ้นใหญ่และชิ้นเล็กใส่ถุงผ้าหรือกล่องนุ่มๆ บางคนทำเป็นเครื่องรางชิ้นเล็กๆ ได้ แต่ให้ดูความคมของขอบก่อน 4) ถ้ารู้สึกว่าอยากปล่อย: ฉันชอบคืนหินสู่ธรรมชาติ เช่น วางไว้ที่ดิน โคนต้นไม้ หรือในกระถางต้นไม้ (เหมือนภาพคริสตัลใสใต้ต้นไม้) แล้วตั้งใจขอบคุณเขา ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน 5) กลับมาที่ตัวเรา: โฟกัสการปรับพลังงานตัวเอง—นอนให้พอ ดื่มน้ำ ทำสมาธิสั้นๆ หรือจัดบ้านให้โล่ง พลังงานดีๆ ในตัวเราจะดึงดูดหินก้อนใหม่ที่เหมาะกับช่วงชีวิตนั้นได้เอง สุดท้าย ประโยคนี้จะเชื่อแบบไหนก็ได้ แต่ฉันอยากให้มันเป็น “คำเตือนให้ใจอ่อนโยนกับตัวเอง” มากกว่าเป็นคำขู่ ถ้าหินแตกแล้วใจแตกไปด้วย ลองค่อยๆ หายใจ แล้วเลือกวิธีจัดการที่ทำให้เราสบายใจที่สุดนะ