Automatically translated.View original post

Get to know passion fruit from the Royal Project

2025/10/16 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชหา “เสาวรส” หรือ “โครงการหลวง เสาวรส พันธุ์เหลืองหวาน” แล้วงงว่าควรเริ่มลองพันธุ์ไหนดี อันนี้เป็นสรุปจากที่เราเคยซื้อ-ชิมของโครงการหลวงค่ะ (แต่ละรอบรสอาจต่างนิดหน่อยตามฤดูกาล) 1) พันธุ์เหลืองหวาน จุดเด่นคือผิวสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว กินง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ ความหอมจะนุ่ม ๆ ไม่ฉุนมาก เราชอบเอาไปทำ “น้ำเสาวรส” เพราะไม่ต้องเติมน้ำตาลเยอะก็ยังกลมกล่อม 2) พันธุ์ไทนุง หลายคนจะรู้สึกว่าเปรี้ยวสดชื่นกว่าเหลืองหวาน กลิ่นจะชัดขึ้น เหมาะกับสายชอบรสจัดหน่อย หรือเอาไปผสมน้ำผึ้งทำเป็นเครื่องดื่มเย็น ๆ คือหายเลี่ยนดีมาก 3) พันธุ์ RPF1 ลูกจะออกโทนแดงม่วง รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมชัดเจน (เป็นแนว “หอมฟุ้ง” กว่าพันธุ์อื่น) เราชอบตักเนื้อใส่โยเกิร์ต/กราโนล่า เพราะความเปรี้ยวหอมช่วยตัดรสนม ทำให้ถ้วยเดียวอร่อยขึ้นแบบรู้สึกได้ 4) พันธุ์ RPF3 โทนรสจะบาลานซ์กว่า RPF1 แต่ยังคงความหอมและความเข้มอยู่ เหมาะกับคนที่อยากได้ฟีลพรีเมียมแบบเสาวรสกลิ่นชัด แต่ไม่เปรี้ยวจี๊ดเกินไป เอาไปทำซอส/ราดแพนเค้กก็เข้ากันค่ะ ทริคเลือกเสาวรสให้อร่อย (ใช้ได้กับทุกพันธุ์) - เลือกผลที่ผิวเริ่มย่นเล็กน้อย: มักจะสุกจัด หอมและหวานขึ้น - ถ้าผิวยังตึงมาก: เอาไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1–3 วัน ให้สุกก่อนค่อยผ่า จะได้กลิ่นและรสชัดกว่า - เวลาผ่า: ใช้มีดผ่าครึ่งแล้วตักเนื้อเลย เมล็ดกินได้ (จะกรุบ ๆ) วิธีกินให้อร่อยแบบง่าย ๆ - น้ำเสาวรส: เนื้อเสาวรส + น้ำเย็น + น้ำผึ้ง/น้ำเชื่อมเล็กน้อย ชิมก่อนค่อยเติม (โดยเฉพาะพันธุ์เหลืองหวาน มักไม่ต้องหวานเพิ่มเยอะ) - โยเกิร์ต/สมูทตี้: RPF1 หรือ RPF3 จะเด่นมาก เพราะกลิ่นหอมชัด - ทำเป็นไอซ์ป๊อป: ผสมน้ำเสาวรสกับน้ำผลไม้หวาน ๆ (เช่น ส้ม/มะม่วง) แล้วแช่ แข็งแล้วสดชื่นสุด ถ้าให้แนะนำสำหรับคนเริ่มต้น เราว่าลอง “พันธุ์เหลืองหวาน” ก่อน แล้วค่อยไล่ไป “ไทนุง” หรือ “RPF1” ตามระดับความชอบความเปรี้ยวและความหอมค่ะ