หุ้นปันผล / passive income ทำไมถึงขาย? 💸

ทำใจอยู่ซักพักใหญ่ที่จะขายหุ้นปันผลอย่าง JEPQ และ O ในพอร์ต

เหตุผลเพราะอะไร 🎯

-เพื่อขายทำกำไรจาก capital gain

-เอาไปลงทุนในหุ้น growth มากกว่าที่จะรอรับปันผลในทุกเดือน

-มีข้อดีอย่างนึงคือ ปันผลจากสองตัวนี้ถือว่าเป็นค่าคอมในการซื้อหุ้นตัวอื่นๆ แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร ค่าคอมไม่อยากคิดมาก 555555

-แบ่งไปซื้อ etf อย่าง VOO หรืออื่นๆ ที่อ้างอิงดัชนี S&P500 รู้สึกจะคุ้มค่ากว่าด้วยระยะเวลา

.

คุณยังถืออยู่ไหม? 📈

#หุ้นปันผล #ลงทุน #หุ้น #หุ้นเติบโต #เปิดพอร์ตหุ้น

2025/9/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคปัจจุบันการถือหุ้นปันผลยังเป็นทางเลือกที่นักลงทุนหลายคนชื่นชอบ เพราะให้รายได้เป็น passive income อย่างสม่ำเสมอ แต่จากข้อมูลล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 หลายคนเริ่มตัดสินใจขายหุ้นปันผลในพอร์ต เช่น JEPQ และ O เพื่อทำกำไรในรูปแบบ capital gain และเปลี่ยนกลยุทธ์ไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโต (growth stocks) แทน ซึ่งคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนพิจารณาขายหุ้นปันผลคือความรู้สึกว่าการรับเงินปันผลในทุกเดือนอาจไม่คุ้มค่าหากเปรียบเทียบกับโอกาสในการขยายพอร์ตด้วยหุ้นกลุ่มเติบโต นอกจากนี้ ปันผลที่ได้รับถือเป็นปัจจัยช่วยเสริมสภาพคล่องและค่าคอมมิชชั่นสำหรับซื้อหุ้นตัวใหม่ ทำให้บางคนไม่เน้นเรื่องนี้มากนัก อีกแนวทางที่ได้รับความนิยมคือการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นปันผลไปลงทุนใน ETF เช่น VOO ที่ติดตามดัชนี S&P 500 ซึ่งมีความหลากหลายของหุ้นและความเสี่ยงที่กระจายตัว รวมถึงมีประวัติผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีและสม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าการรอรับปันผลรายเดือน หากคุณยังถือหุ้นปันผลอยู่ ควรพิจารณาจากเป้าหมายการลงทุนของตนเอง เช่น ต้องการรายได้ประจำ หรือเน้นการเติบโตของพอร์ตระยะยาว รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาดหุ้นในเวลานั้น สุดท้ายนี้ การจัดสรรพอร์ตด้วยการผสมผสานระหว่างหุ้นปันผล หุ้นเติบโต และ ETF จึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ