_________
🎬 ชื่อภาพยนตร์
เหนือกาลเวลาศึก
(BEYOND THE FALLEN KINGDOM)
__________
🏷️ คำโปรยภาพยนตร์
"เมื่อหน้าที่ของตำรวจ...นำพาเขาสู่สมรภูมิแห่งกรุงศรีอยุธยา"
"กระสุนหนึ่งนัด...เปลี่ยนชะตาสองแผ่นดิน"
"จากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์...สู่ผู้นำแห่งสงคราม"
"ศรัทธา...อาจอยู่เหนือวิทยาศาสตร์"
"บางครั้ง...การกลับบ้าน ต้องแลกด้วยชัยชนะของแผ่นดิน"
_________
🔞 เรทภาพยนตร์
20+
เหตุผล
ฉากสงครามขนาดใหญ่
การต่อสู้ด้วยดาบ หอก ธนู และอาวุธปืน
เลือดและความรุนแรงระดับสูง
ฉากไล่ล่า ยิงปะทะ
ไสยศาสตร์ คาถา เครื่องราง และปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
เนื้อหาสะเทือนอารมณ์เกี่ยวกับสงครามและการเสียสละ
____________
🎭 แนวภาพยนตร์
แอ็กชัน
สงครามประวัติศาสตร์
แฟนตาซี
ย้อนเวลา (Time Travel)
ดราม่า
ผจญภัย
ระทึกขวัญ
เหนือธรรมชาติ
___________
เรื่องย่อ...... เหนือ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง เหนือเป็นตำรวจหนุ่มน้ำดี ที่มีความเด็ดเดี่ยว ตรงฉิน ใจกล้าบ้าบิ่น ดุดัน วันนึง เขาได้รับภารกิจให้ไปจับ ไอ้เม้ง และพรรคพวก ที่ขโมยตัดเศียรพระและขโมยวัตถุโบราณ แถมไอ้เม้งยังเป็นโจรที่ร่ำลือกันว่า มันเป็นโจรจอมขมังเวทย์ จ่ายอด และ จ่าคำ ให้ตระกรุดไว้ป้องกันตัว แต่ ผู้กองเหนือยิ้มตบไหล่เบาๆเขาปฏิเสธด้วยความเกรงใจและบอกกับสองจ่าว่าเขาไม่เชื่อ เขาเชื่อในสัญชาติญาณมากกว่า เรื่องไสยศาสตร์ เหนือและทีมปราบปราม ล้อมจับบ้าน ดักสุ่มไอ้เม้ง ที่บ้านร้าง ด้านไอ้เม้งที่รู้ว่า ตำรวจกำลังเข้ามาจับ มันเลยพยามยิงต่อสู้และซ่อนตัวในบ้านร้าง ผู้กองเหนือก็เจรจาให้ ไอ้เม้งมอบตัว ไอ้เม้งก็ด่าสวนและไม่ยอมมอบตัว และพยามยิงปืนแหกฝ่าวงล้อมตำรวจออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตามเกิดการไล่ล่าบนท้องถนน ไอ้เม้งด้วยความเป็นโจรจอมขมังเวทย์ มันใช้คาถา เรียก ควายธนู เรียก หุ่นพยนต์ ออกมาขัดขวางไม่ให้ตำรวจตามมาได้ ซึ่งในตอนนั้น ผู้กองเหนือและทีมก็ไล่ล่ายิงกัน แต่ก็ยังตามไม่ทันสักที เขาเลยนึกถึงคำของจ่ายอดว่า ไอ้เม้งมันมีอาคม เหนือยืนคิดสักพัก จ่าคำเลยพูดว่า ผู้กองจะทำอะไรก็รีบทำ เราตามมันไม่ทัน มันหนีไปไกลแล้ว ด้านเม้งก็ชะล่าใจคิดว่าตำรวจตามได้ มันตะโกนด้วยความดีใจสะใจ ด้านผู้กองเหนือก็หันไปหาสองจ่า ขอยืมตะกรุดของจ่ายอด สองจ่าก็งงแต่ก็ยื่นให้ ผู้กองเดินไปที่รถเอาเศษผ้าชิ้นเล็กๆมาและเอาดอกตระกรุดพันไว้กับปะกับปืนและยกมืแไหว้ขอพร ก่อนจะยืมมอไซค์ของลูกน้องและขี่ตามไล่ล่า ผู้กองขี่มอไซค์ลัดเลาะ จนเจอตัวไอ้เม้ง ด้านไอเม้งพอเห็นผู้กองเหนือก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะตามมาทัน มันเลยพยามขับหนี ผู้กองเหนือก็ขี่มอไซค์พยามดักทางจนไอ้เม้งเจอทางตัน มันลงรถหนีเข้าไปในวัดเก่า เหนือก็วิ่งตามไปทั้งสองวิ่งไล่ล่าและไล่ยิงกันอย่างดุเดือด ในขณะที่ไอ้เม้งกำลังหนี ผู้กองเหนือเลยยกปืนยิงใส่ไอ้เม้ง กระสุนโดนเข้าแขนทำให้เม้งเสียหลักล้มลง เม้งตกใจมากที่โดนยิงและเข้าด้วย ผู้กองที่เห็นเม้งพลาดท่า เลยจะเดินมาใส่กุญแจมือ ในตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีลมพายุท้องฟ้ามืดครึ้ม ไอ้เม้งได้โอกาสเลยใช้คาถาเสกผงนะจังงังใส่ผู้กองเหนือ ด้านผู้กองเหนือ ก็ใช้ไหวพริบหลบผงนะจังงังได้ ไอ้รู้ตัวว่า จนมุมแน่ๆ มันเลยวิ่งเข้าไปในป่าท้ายวัดร้างผู้กองเหนือก็วิ่งตามไปติดๆ จนจะใกล้ถึงตัวไอ้เม้งแล้ว ผู้กองเหนือเลยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่ แต่ทันใดนั้นมันเกิดปรากฏกราณ์ธรรมชาติ ฟ้าผ่าลงมาและมีลมพายุพัดและหมุนรอบตัวผู้กองเหนือ ทำให้ผู้กองถูกย้อนเวลามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้กองเหนือตกลงมาให้วัดสมัยกรุงศรีอยุธาเขามึนหัวและหลบไป ในตอนนั้นเอง มีกลุ่มชาวบ้านชายฉกรรจ์ เขาตื่นตาตกใจมาก เพราะการแต่งตัวที่แปลกตา ชายฉกรรจ์พูดคุยด้วยความตื่นเต้น บางคนเอากิ่งไม้สะกิด บางคนบอกว่าผู้กองเหนือเป็นเทวดาตกสวรรค์ และมีชาวบ้านคนนึงตะโกนเรียก ไอ้แกร่ง ไอ้ไกร สองครูดาบและผู้นำชายฉรรจ์ ไอ้แกร่ง ไอ้ไกร มาเห็นก็แปลกใจยืนคิดอยู่นาน ไอ้ไกรเลยบอกว่า หรือมันจะเป็นพวกพม่ารามัญ แต่ไอ้แกร่งบอก พวกพม่ารามัญ ไม่น่าจะแต่งกายประหลาดพิลึกแบบนี้ ลองเอาตัวกลับไปให้พ่อเฒ่าคูนถามไถ่มันก่อน แล้วค่อยว่ากัน แกร่งเลยให้ชาวบ้านแบกตัวผู้กองเหนือมาที่ หมู่บ้านวังผาทอง พอมาถึงชาวบ้านก็ตกใจประหลาดใจกับการแต่งกายที่แปลกประหลาดของผู้กองเหนือมาก ต่างพากันมามุงดู พ่อเฒ่าคูนได้ยินเสียงเอ๊ะอะโวยวายเลยออกมาดูพร้อมกับ ไอ้เรือง ไอ้ขัน และ ไอ้ผาด ผู้นำชายฉกรรจ์ พ่อเฒ่าคูนเลยถาม ไอ้แกร่ง ไอ้ไกรว่า ผู้นี่มันเป็นใคร ทำไมดูแปลกตาพิลึก ไอ้แกร่งเลยเล่าให้ฟัง ไกรเลยบอกว่า ฉันคิดว่ามันไม่ใช้ข้าศึกเลยพามันกลับมา กลัวเสือจะคาบไปกิน พ่อเฒ่าเลย ให้สร้อยเอาผ้ามาเช็ดตัว สักพักผู้กองเหนือก็ฟื้น พอฟื้นขึ้นมาเขาก็ไปรอบๆเห็นว่าที่นี่มันกลายเป็นหมู่บ้านในสมัยอยุธยา
เขาก็ตกใจร้องตะโกน จนชาวบ้านตกใจ ด้านผู้นำทั้งห้าก็จับดาบคุมเชิง ผู้กองเหนือเลยเอ่ยปากถาม ผมมาที่นี่ได้ไง ผมย้อนเวลามาได้หรอ ที่นี่ที่ไหน แล้วไอ้เม้งล่ะมันหนีไปไหน ผู้กองเขย่าตัวพ่อเฒ่าคูน จนไอ้ไกรต้องมาล็อคตัวและถาม เอ็งเป็นบ้าไปแล้วรึ พ่อเฒ่าเลยบอกให้เหนือ ใจเย็นๆและค่อยเล่าว่า เป็นใครมาจากไหน
ผู้กองเหนือ ก็บอกว่า ผมชื่อเหนือ เป็นตำรวจผมมาตามจับไอ้เม้งโจรขโมยตัดเศียรพระ ผมมาจากกรุงเทพมหานคร และเล่าเรื่องที่ย้อนเวลามา ทุกคนที่ฟังก็อ้าปากค้าง เพราะงง ไอ้เรืองเลยพูดว่า เอ็งพูดจาพิลึก ตำรวจอะไร กรุงเทพมหานครคือเมืองอันใด ไอ้ขันเลยถามต่อว่าไอ้เม้งโจรขโมยตัดเศียรพระ มันเป็นผู้ใด ผู้กองเหนือก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่พ่อเฒ่าคูนก็บอกว่า เอาเถอะ เอาเถอะ เอ็งจากมาที่ใด้ แดนใด ช่างมัน แต่เอ็งไม่ใช่พวกพม่ารามัญ เอ็งก็อยู่ที่นี่ได้ แต่ก่อนอื่นเอ็งไปเปลี่ยนผ้าผ่อนส่ะก่อน เดี๋ยวที่นี้จะตกใจเอา เหนือก็ยกมือไหว้ขอบคุณ แต่ก่อนจะไปเหนือก็ถามหาปืนพกของเขา ทุกคนก็งงคืออะไร เหนือเลยบอกว่าอาวุธปืนไฟ ปืนไฟของผม แกร่งเลยเอาให้ และถามว่านี้อาวุธของเอ็งรึหน้าตาประหลาดแท้ ไม่เหมือนปืนไฟที่พวกข้าเคยเห็น เหนือเลยอธิบาย แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจและเขาก็ไปเปลี่ยนผ้าใส่ชุดในเหมือนกับชาวบ้าน พวกผู้นำชายฉกรรจ์ทั้งห้า แกร่ง ไกร เรือง ขัน และ ผาด ก็พาเหนือเดินชมหมู่บ้าน เหนือกับพวกเเกร่งเข้ากันได้ดี และพวกเขาก็เดินมาถึงลำธารท้ายหมู่บ้าน ผาดเลยถามว่า ถ้าเอ็งเป็น....ตำๆอะไรนะที่จับโจร เอ็งก็ต้องมีฝีมือการต่อสู้นะนิ สนใจมาร่วมรบไหม เหนือที่ได้ฟังก็เห็นด้วย เขาเลยสอนศิลปะป้องกันตัวยุคใหม่ๆแปลกตาให้กับชาวบ้านและสอนการใช้อาวุธระยะประชิดสอนกลยุทธในการต่อสู้การบที่เฉียบขาดดุดัน และแยบยล เหนือเลือกใช้ธนูและมีดอีเหน็บแต่ยังคงเหน็บปืนพกไว้ด้วย ในศึกแรกเหนือและผู้นำทั้งห้าใช้กลยุทธ บุกแล้วแกล้งแพ้
เพื่อให้ศัตรูเข้ามาอยู่ในวงล้อมและลอบสังหารการต่อสู้พวกชาวบ้านวังผาทองได้ชัยชนะและเหนือก็ใช้ธนูจัดการนายกองพม่าสิ้นใจบนหลังม้า แต่ในตอนนั้นแม่อีกคนกำลังจะพุ่งหอกใส่ แต่เหนือใช้ปืนพกยิงใส่นายกองอีกคนจนตกม้าตาย พวกชาวบ้านกวาดต้อนเอาสเบียงของพม่าและอาวุธของพวกพม่ากลับค่าย
พวกชาวบ้านดีใจมาก ที่เหล่าชายฉกรรจ์นักรบมีชัยชนะ ขันบอกว่า ฝีมือของเหนือไม่ธรรมดา ด้านฝั่งพม่า ปินดาเล แม่ทัพใหญ่ ก็สั่งการให้ ตูรา และ เมียวทู สองนายกอง นำทัพออกไปปล้นสะดมชาวบ้านในตอนกลางคืน ด้าน มั่น ทับ และ ชุ่ม หน่วยเสือหมอบแมวเซาและม้าเร็ว ของหมู่บ้านวังผาทอง รีบนำข่าวไปบอก นักรบชายฉกรรจ์ ด้าน กลุ่มนักรบชายฉกรรจ์ นำโดยผู้นำทั้งห้าและเหนือ วางแผน ชิงกำลังและปล้นสะดมพวกพม่าก่อน
พอยามดึก พวกพม่านำกองกำลังแอบมาปล้นสะดม แต่หารู้ไม่ ตอนนี้พวกมันกำลังตกอยู่ในวงล้อม พอได้โอกาส เหนือและกองพลธนู ที่แอบสุ่มดูอยู่ก็จัดการพวกทหารพม่า จนเสียกำลังพลไปมาก ด้านพวกพม่าที่ไม่ทันตั้งรับก็ตกใจมาก เมียวทู และ ตูรา ก็สั่งให้ หาพวกพลธนู และบุกพวกมันอย่าถอยทัพ ใครถอยโดนตัดหัว ด้าน ไอ้แกร่ง ไอ้ไกร ไอ้เรือง ไอ้ขัน และ ไอ้ผาด และสามม้าเร็ว ที่นำกองกำลังสุ่มดูอยู่ ก็บุกโดยที่พวกพม่าตกใจและตั้งรับไม่ทัน ทำให้พวกพม่า ตายเกลี้ยง รวมถึง สองนายกองพม่าด้วย พวกชาวบ้านวังผาทองได้ใช้ชัยชนะอีกครั้ง ด้านแม่ทัพปินดาเล ทราบข่าว ยิ่งโมโหมาก เพราะไม่สามารถทำอะไรหมู่บ้านวังผาทองได้เลย เลยสั่งการให้ บาอ่อง ปลอมตัวเป็ยเชลยหนีทัพพม่าไปอยู่กับพวกชาวบ้าน แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ และถูกจัดการจนสิ้นใจ ทำให้ปินดาเล ต้องพักรบเพราะฤดูน้ำหลากจะมาถึง ทำให้ พวกชาวบ้านได้มีเวลาพักรบพวกชาวบ้านก็ทำนา,จับปลาและหาของป่า,ซ่อมแซมบ้านเรือนและเครื่องมือ,ฝึกอาวุธและพักฟื้นรักษาตัว ด้านเหนือก็ช่วยชายฉกรรจ์ฝึกอาวุธและเล่าเรื่องน่าตื่นเต้นในยุคของตัวเองให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านและผู้นำทั้งห้าได้ฟังก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ ด้านเหนือที่นึกได้ว่าตัวเองตอนย้อนเวลามา
ตอนที่วิ่งจับไอ้เม้ง ก่อนจะมีลมพายุฟ้าครึ้มและฟ้าผ่าทำให้เขาถูกพัดและย้อนเวลา เขาจำได้ลางๆว่ามีพระอาทิตย์ทรงกลดด้วยและตอนที่ฟ้าผ่ามันมีแสงสีขาวฟาดลงมา พอรุ่งเช้าเหนือเลยไปถามพ่อเฒ่าคูนว่าเมื่อไหร่ผมจะได้กลับไปที่ ที่ผมจากมา พ่อเฒ่าคูนก็จับสามตาและบอกว่าต้องให้พ้นฤดูน้ำหลากก่อนและที่สพคัญรอให้พระอาทิตย์ทรงกลดเกิดขึ้นอีกครั้งคาดว่าเอ็งคงได้กลับไปที่ ที่เอ็งจากมา พ่อเฒ่าคูนเลยบอกว่า ก่อนเอ็งจะกลับไป ข้าขอให้เอ็งช่วยทำศึกครั้งสำคัญก่อนได้รึไม่ เหนือก็บอกว่าได้เขารับปากจะช่วยทำศึก เหนือก็ใช้ชีวิตที่หมู่บ้านบ้านวังผาทองอย่างความสุขรักใคร่กลมเกลียวกับชาวบ้านที่นี่ เขาเป็นที่รักของชาวบ้านมากๆ และเหนือก็ได้เป็นหนึ่งในผู้นำของชาวบ้านอีกคน และฤดูน้ำหลากก็ผ่านพ้นไป ด้าน แม่ทัพ ปินดาเล ก็นำทัพมาด้วยตัวเอง
พร้อมกองทัพทหารพม่าเป็นจำนวนมาก ด้านชาวบ้านก็เตรียมออกไปทำศึกแบบไม่ตัวตาย ผู้นำทั้งห้าและเหนือก็พูดปลุกใจ และ พระครูโพธิ์ พระเกจิอาจารย์ประจำหมู่บ้านวังผาทองก็ มาผูกผ้าประเจียดและรดน้ำมนต์พร้อมสวดยันต์เกราะเพชร เรียกขวัญกำลังใจให้ชาวบ้าน พอทัพพม่าเริ่มเข้าประชิดค่าย พวกชาวบ้านก็ยกทัพออกไปรบกับกองทัพพม่าแบบไม่กลัวตายพวกเขาสู้ยิบตา แต่พวกกองกำลังของพม่ามีมากมายราวกับห่าฝน ทำให้พวกเขาเกือบพลาดและกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ทันใดนั้นก็มี กองทัพชาวบ้านนับร้อย โอบล้อมและบุกเข้าตีโดยการนำทัพของ สามเสือหมอบแมวเซาอย่าง มั่น ทับ และ ชุ่ม บุกทะลุยตีพม่าอย่างดุเดือด พวกชาวบ้านกำลังมามีแรงฮึกเหริมอักครั้ง ด้านไกร ก็ถาม มั่นว่า ทำไมรวบรวมพวกชาวบ้านมาเยอะขนาดนี้ มั่นเลยเล่าว่า เขาไปลอบช่วยเหลือเชลยในค่ายพม่าและรวบรวมชาวบ้าน ตามหมู่บ้านต่างๆรอบๆจนรวมได้หลายร้อยคน เลยรีบเดินทัพมาช่วยได้ทันเวลาแต่ความดีนี้ต้องยกให้ได้ขัน เพราะมันเป็นคนบอกข้าให้ไปรวบรวมชาวบ้านและนักรบชายฉกรรจ์ ในตอนนั้นกองกำลังพม่า เหลือไม่ถึงหยิบมือและเหลือแค่ปินดาเล แม่ทัพพม่า แต่พวกมันก็ไม่ยอมถอยสู้เอาเป็นเอาตายแต่ก็ถูกพวกชาวบ้านตีโอบล้อม เหนือเลยใช้โอกาส เอาปืนพกเขาอธิษฐานจิตและยิงใส่ปินดาเลที่อยู่บนหลังช้างทำให้ในตอนนั้นเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ และเกิดฟ้าผ่าลมพายุทำให้เหนือถูกแสงสีขาวฟาดลงมาและถูกลมพายุพัดในที่สุดเหนือก็ย้อนเวลากลับมาในโลกของปัจจุบัน ในตอนนั้นเอง จ่ายอดและจ่าคำที่ตามมาสมทบก็ปลุกผู้กองเหนือจนเขาฟื้น และถามว่าเกิดไรขึ้น จ่ายอดเลยบอกว่าผู้กองนอนสลบอยู่ตรงนี้ผู้กองเหนือเลยถามว่า จับไอ้เม้งได้ไหม จ่าคำก็บอกว่าเราจับมันได้แล้วตอนนี้กำลังส่งตัวไปดำเนิดคดีตามกฏหมายด้านหมู่วังผาทองตอนนี้พวกเขาจัดการพวกพม่าได้สำเร็จแต่เขาต้องประหลาดใจเพราะเหนือหายแว๊บไปต่อหน้าต่อตาพ่อเฒ่าคูนเงยหน้ามองฟ้าและพูดเบาๆว่ากลับไปที่ของเจ้าแล้วรักชาติรักแผ่นดินให้มากๆนะไอ้เหนือ ด้านทัพพม่าก็ตายหมดไม่เว้นแม้แต่แม่ทัพ ปินดาเลที่ถูกกระสุนของเหนือตายคาที่บนหลังช้าง ทำให้หมู่บ้านวังผาทองได้ชัยชนะและไม่มีทัพพม่าบุกมาเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายบ้านวังผาทองก็ถูกตีแตก ตัดกลับมาโลกปัจจุบันเวลาผ่านไปเหนือก็ได้เลื่อนยศและยังคงปฏิบัติภารกิจเพื่อดับทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนต่อไปเขายังคงคิดถึงเรื่องราวความทรงจำตอนย้อนเวลาไปในสมัยอยุธยาและยังเก็บของที่ระลึกที่ได้มาติดตัวไว้ตลอดเวลาไม่ห่างตัวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป
จบบริบูรณ์
______________















