Automatically translated.View original post

Less Money But Happier? How to Calculate Before Resignation

Resign from a hated job to get less money...Is it a failure? 🤔 Dailybeam sees this as "investing in happiness," but it must be a carefully calculated investment!

Many people endure Toxic Environment because they are afraid that if the salary is reduced, life will be worse. But if we try to spread the numbers, maybe the lost money will be less than the "mental health" that we spend every day. Moving to a more comfortable job, even less money, may give us the power to build a Side Hustle or learn something new to make more money in the future.

Before you send your resignation, don't forget to check "happiness" and "reserve." True happiness must be accompanied by financial security. ✨

👇 Now, who is hesitating about this? If you exchange happiness, how many percent can your salary be reduced? Comment, tell Beam. Want to know everyone's point of view!

# Resigned from regular work # Happiness # Financial planning # Salary man # College life

3/11 Edited to

... Read moreการตัดสินใจลาออกจากงานที่ไม่ชอบ แม้ต้องแลกกับรายได้ที่ลดลง ถือเป็นเรื่องที่หลายคนเคยคิดแต่กลัวผลกระทบทางการเงินอย่างมาก ในประสบการณ์ของผม การรวมคำนวณ "ค่าความสุข" กับเงินเดือนสุทธิหลังหักรายจ่ายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คุ้มค่าหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เราควรพิจารณาว่าเงินเดือนใหม่หลังลาออกเมื่อลบค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากสังคมและค่าใช้จ่ายสุขภาพจิต เช่น ค่าหมอ หรือค่าบำบัด เครียดแล้วเหลือเงินเท่าไหร่จริงๆ นอกจากนี้ เวลาที่ได้คืนมาจากการไม่อยู่ในสภาพแวดล้อม Toxic ยังช่วยให้เรามีพลังไปทำสิ่งที่รักหรือสร้างรายได้เสริมในอนาคตซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ในชีวิตจริง ผมพบว่าการมี "เงินสำรอง" อย่างน้อย 6 เดือนเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะเงินสำรองนี้เป็นเหมือนเครื่องกันชนในยามที่รายได้ยังไม่เข้าที่หรือมีเหตุฉุกเฉิน ทำให้สามารถเกิดความสุขและความมั่นใจได้มากขึ้นเมื่อเลือกลาออก อีกทั้งการประเมินขีดจำกัดว่าเราสามารถยอมรับการลดลงของเงินเดือนกี่เปอร์เซ็นต์โดยไม่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ก็ช่วยให้วางแผนชีวิตใหม่ได้ดีขึ้น การมองว่าการลาออกเป็นการ "ลงทุนในความสุข" นั้นจริงใจและให้แรงบันดาลใจ แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนนั้นต้องมีการวางแผนและประเมินความเสี่ยง ผมเองเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความสุขโดยรวม สามารถนำไปสู่ชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน มากกว่าชีวิตที่เน้นเพียงรายได้อย่างเดียว และสำหรับใครที่กำลังลังเล การเขียนรายการค่าความสุข และจัดทำแผนการเงินฉุกเฉิน จะเป็นตัวช่วยที่ดีมากก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่