Automatically translated.View original post

Four signs. Financial depression. See the balance and discourage.

Ever? Just seeing the notification of the banking app bounce up, I was so shocked that I wanted to cry. 🥺 The financial problems of this era didn't just hurt my wallet, but it spread to "mental health" to financial depression.

Your college-age students who are worried about tuition, or your working-age students who are burdened after Dailybeam, would like to say that you are not fighting alone. Guilt, shame, or fear are common, but we must not allow the numbers in the account to define us as good or not good.

Stop comparing your life to others on social media and become a little more kind to yourself, starting with small steps like accepting the truth and gradually organizing it one by one. Mind health comes first, and financial health will follow. Beam believes that everyone will definitely get through it!

👇 Anyone who's been tired of money lately, type out a comment, this area belongs to everyone, or type "hug" and pass on positive energy to friends! ✨

# Heal yourself # dailybeam # Salary man # Finance # Financial crisis

3/30 Edited to

... Read moreในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การเผชิญกับความเครียดจากการเงินกลายเป็นเรื่องที่หลายคนเจอเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้ยอดเงินในบัญชีลดลงหรือหนี้สินเพิ่มขึ้น จนอาจส่งผลต่อจิตใจอย่างรุนแรง จนบางครั้งเราอาจเผลอกดดันตัวเองและกังวลเกินไปจนเป็น "ซึมเศร้าทางการเงิน" ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ปัญหาเงินที่ไม่มี แต่รวมถึงความรู้สึกผิด ความกลัว และความวิตกกังวล ที่อาจซึมเข้ามาถึงสุขภาพจิต สัญญาณซึมเศร้าทางการเงินที่ควรใส่ใจคือ "กลัวการเช็กยอดเงิน" เพราะเมื่อต้องเห็นตัวเลขในบัญชี เราอาจรู้สึกท้อแท้จนอยากหลีกเลี่ยงการเปิดดู หรือ "รู้สึกผิดทุกครั้งที่ใช้จ่าย" แม้แต่สำหรับของจำเป็น เช่น ค่ากินหรือค่าเดินทาง ทั้งหมดนี้ก็ทำให้เกิดความเครียดสะสมจนบางครั้งรู้สึก "ไร้ความหวัง" และเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นในโซเชียลมีเดีย จนรู้สึกด้อยค่าหรือนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องหนี้และค่าใช้จ่าย เพื่อรับมือกับซึมเศร้าทางการเงิน สิ่งสำคัญคือเริ่มจากยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่โทษตัวเอง แต่ให้มองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และฟื้นฟูชีวิตทางการเงิน จากนั้นลองจัดระเบียบการเงินด้วยการจดรายจ่ายทีละน้อย หรือที่เรียกว่า "Small Steps" ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เราไม่รู้สึกหนักใจจนเกินไป รวมถึงพยายามหาความสุขที่ไม่ต้องใช้เงิน เช่น การออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมพักผ่อนที่ชอบ เพื่อช่วยคลายความเครียดและเติมพลังบวกให้จิตใจ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อย่าลืมว่าความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะรู้สึกเหนื่อยหรือท้อ การแบ่งปันความรู้สึกกับคนรอบข้างหรือพื้นที่ที่เต็มใจรับฟัง สามารถช่วยลดภาระใจได้มาก นอกจากนี้การมองปัญหาเล็กๆ เป็นก้าวเล็กๆ ของการจัดการเงินจะช่วยให้เราค่อยๆ ฟื้นฟูสุขภาพการเงินและสุขภาพใจไปพร้อมกันได้อย่างมั่นคง อย่าลืมว่าการฟื้นฟูสุขภาพใจเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ก่อนที่สุขภาพการเงินจะตามมา ทุกคนสามารถก้าวผ่านช่วงยากนี้ได้ ขอแค่เปิดใจยอมรับและให้เวลากับตัวเองมากขึ้น พร้อมทั้งค้นหาวิธีจัดการการเงินที่เหมาะสมกับตัวเองอย่างใจเย็นและอดทน