Automatically translated.View original post

Salary increase, why not get rich? Because you move Lifestyle

Are you tired? Working for many years, the salary goes up every year. But why does the balance of the account never move anywhere? 😫 This problem is not "income," but "Lifestyle Inflation," or if we accidentally upgrade our life according to the salary balance.

Dailybeam would like to remind both young people who have just started working and older people of working age. When we move Lifestyle based on increased income, we are locking ourselves in a never-ending rat wheel because we have to work harder to feed our ever-higher needs.

If you really want to be rich, the trick is "pretend to be" to keep your living level the same or slower than your income and take that difference to give you money to work for us. Real wealth is to have money in an account that keeps us from worrying about tomorrow, not having a full name brand, but being heartbroken every time Bill comes to collect money.

👇 Who has ever accidentally "upgraded their lives" until the money is lost? Or how to deduct the mind from buying new things? Comment Share. Beam, wait to read.

# Financial discipline # Salary man # dailybeam # Saving money # MAKEyourlifebetter

4/20 Edited to

... Read moreปัญหาเงินเดือนเพิ่มแต่ไม่เห็นเงินเก็บเพิ่มนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนประสบพบเจอในชีวิตจริงครับ สาเหตุหลักมาจาก "Lifestyle Inflation" หรือการใช้ชีวิตที่ขยับตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเงินเก็บไม่ขยับเลย จากประสบการณ์จริง ผมพบว่าหลายคนพอเงินเดือนขึ้นมานิดหน่อยก็เริ่มเปลี่ยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่ กาแฟที่เคยซื้อถูกก็เปลี่ยนมาชงกาแฟยี่ห้อหรูร้านดัง ทำให้เงินที่ได้มาเพิ่มนั้นถูกใช้ไปกับความฟุ่มเฟือยโดยไม่รู้ตัวครับ สิ่งที่ผมแนะนำให้ทำมี 3 ข้อหลักๆ ได้แก่ 1. ตั้งงบประมาณใช้จ่ายให้นิ่ง แม้รายได้เพิ่ม แต่ควรรักษาระดับการใช้ชีวิตให้อยู่ในกรอบเดียวกัน หรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่ารายได้ เพื่อป้องกันการใช้จ่ายเกินตัว 2. ออมก่อนใช้เสมอ โดยหักเงินออมออกจากเงินเดือนทันทีที่ได้รับ เงินออมควรจะอยู่ที่อย่างน้อย 20-30% ของรายได้รวม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและมีเงินทุนในการลงทุนต่อยอด 3. หลีกเลี่ยงการซื้อของฟุ่มเฟือยหรือสินค้าคุณภาพสูงเกินจำเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ กระเป๋าแบรนด์เนมหรือของใช้ราคาสูง หากไม่มีการวางแผนการเงินที่ทำให้สามารถรับไหว ต่อให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ก็จะไม่รวยจริง นอกจากนั้นควรมีเงินสดสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และใช้เงินเพิ่มเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น อาทิ ที่ดิน ทองคำ หุ้น หรือธุรกิจส่วนตัว ซึ่งส่งผลให้มีแหล่งรายได้หลายทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้จ่ายหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นภายหลัง สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากให้ทุกคนลองทบทวนกับตัวเองว่ารายจ่ายหลักๆ ของเรามาจากที่ไหน และพยายามควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ต้องมีวินัยทางการเงิน และรู้จักพอเพียง แม้ว่าจะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นก็ตาม การ "แกล้งจน" ในระดับหนึ่งช่วยให้เราเก็บเงินได้มากขึ้นและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวครับ ใครเคยเจอปัญหานี้หรือมีเทคนิคควบคุมใจไม่ให้ใช้เงินเกินตัว ช่วยกันแชร์ประสบการณ์นะครับ เพื่อเป็นแนวทางให้กันและกันได้เรียนรู้และพัฒนาเพื่ออนาคตที่มั่นคงยิ่งขึ้น