Automatically translated.View original post

Why can make a lot of money if you can't manage money? EP.16

Are you tired? The more you work, the more you earn, but why don't you have more money in your account? 😩 Many people fall into the idea that "if you want to have more money, you just have to make more money."

But Dailybeam wants to tell you one thing: if you have a "leaky bucket habit," even if you have a monthly income of a hundred thousand or a million dollars, it will flow out anyway! Because when our income increases our taste and the burden we create, it will grow according to our income immediately if we don't control it well.

Stop focusing on "making money" and focus on "managing and keeping money," starting with saving before spending, putting the money system clear, remember that the real rich do not measure how much they earn a month, but measure it at the end of the year...How much money do you have in your pocket? ✨

👇 Who is feeling that they are in the "find a lot but not left" cycle? Type the comment, tell Beam.

# dailybeam # Money management # Financial planning # Saving money # Salary man

9/18 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังเจอปัญหา “เงินเดือนเยอะแต่ไม่มีเงินเก็บ” บอกเลยว่าไม่ได้แปลว่าคุณหาเงินไม่เก่งนะ แต่ส่วนใหญ่ติดอยู่ที่ 2 เรื่องนี้: 1) ใช้มากกว่าที่หาแบบไม่รู้ตัว และ 2) ไม่เหลือ “กระแสเงินสด” ให้ตัวเองเลย พอเงินเข้า-เงินออกเร็วเท่ากัน (หรือออกมากกว่า) สุดท้ายก็รู้สึกเหมือนทำงานหนักแต่ไม่คืบหน้า จากที่ผมเคยลองไล่เช็กตัวเอง จุดเริ่มมักมาจาก Lifestyle Inflation คือพอเงินเดือนขึ้น เราก็ “อัปเกรดชีวิต” ทันที เช่น เปลี่ยนมือถือ ผ่อนรถแพงขึ้น กินร้านดีขึ้น สมัครสมาชิกหลายอย่าง หรือช้อปออนไลน์แก้เครียด แบบเดือนละนิดรวมกันกลายเป็นก้อนใหญ่ พอรวมกับผ่อน/หนี้ ก็ยิ่งเหมือน “ถังน้ำรั่ว” เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม วิธีที่ช่วยได้จริง (ทำตามทีละข้อก็เห็นผล) 1) ตั้งกติกา “ใช้น้อยกว่าที่หา” แบบเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ตั้งใจ แต่ให้ทำเป็นตัวเลข เช่น วันเงินเดือนเข้าให้โอนออกทันทีเป็น 3 กอง: ออม/ลงทุน, ค่าใช้จ่ายประจำ, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ถ้าไม่แบ่งตั้งแต่ต้น เงินจะไหลไปกับรายจ่ายเอง 2) ออมก่อนใช้ (Pay Yourself First) ผมใช้วิธีตั้งโอนอัตโนมัติไปบัญชีออม/กองทุนทันที 10–20% ของรายได้ เหมือนเป็น “บิลที่ต้องจ่าย” ให้ตัวเองก่อน ทำให้เหลือเท่าไหร่ค่อยใช้ตามนั้น 3) กันเงินสำรองฉุกเฉินให้มี “อำนาจการใช้จ่าย” หลายคนเอาเงินไปลงทุนหมดจนไม่เหลือเงินสด พอมีเหตุจำเป็นกลับต้องกดบัตร/กู้เพิ่ม แนะนำเริ่มที่ 1 เดือน แล้วค่อยๆ ไป 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินก้อนนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณ “รอด” และไม่ตัดสินใจพลาดตอนฉุกเฉิน 4) เช็กว่าเรากำลัง “ใช้เกินรายได้” หรือเปล่า ลองทำสรุปรายจ่าย 30 วัน แยกเป็น จำเป็น/ไม่จำเป็น/ผ่อน-หนี้ ถ้าเจอว่าค่าไม่จำเป็นสูง ให้ตัด 1–2 รายการที่เจ็บน้อยแต่ช่วยเยอะ เช่น เดลิเวอรี ช้อปออนไลน์ หรือค่าสมาชิกที่ไม่ค่อยได้ใช้ 5) ลดหนี้ที่ดูดเงินสดก่อน ถ้ามีหนี้ดอกสูง (บัตรเครดิต/สินเชื่อ) ให้โฟกัสปิดก่อน เพราะมันทำให้คุณไม่มีวันเหลือเงินเก็บจริงๆ สุดท้าย “รวย” ไม่ได้วัดที่เงินเดือนเท่าไหร่ แต่วัดที่ปลายปีคุณเหลือเงินเท่าไหร่ และมีเงินสำรองพออยู่ได้กี่เดือน ลองเริ่มแค่ทำให้เงิน “เหลือ” ก่อน แล้วค่อยขยับไปลงทุน คุณจะรู้สึกควบคุมชีวิตได้มากขึ้นจริงๆ