ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีโอกาสอีกแล้ว วันนี้คุณจะยังใช้ชีวิตแบบเดิมมั้ย?

หลังจากที่เราอ่านหนังสือเรื่อง พรุ่งนี้อาจจะตายก็ได้นะ เอาตรงๆเป็นหนังสือที่ทำให้เรากลับมาคิดทบทวนกับชีวิตของตัวเอง ว่าเวลาของคนเราอ่ะมีจำกัด ถ้าสมมติว่าวันพรุ่งนี้เราตายไป เรายังจะเสียใจอยู่หรือเปล่า เราทำเต็มที่ เราทำตามฝัน เราอยากใช้มีชีวิตในแบบตัวเลือกแล้วหรือยัง ยิ่งอ่านยิ่งได้ทบทวนกับตัวเองมากขึ้น ว่าในชีวิตของเราอ่ะที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง เราคิดว่าเป็นหนังสือที่ดีมากเพราะว่าแค่เปิดอ่านน้ำตาก็แตกแล้ว🥲✌🏻

“บางทีชีวิตที่ดี

อาจไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

แต่คือชีวิตที่เราไม่เสียดาย ถ้าวันพรุ่งนี้มาถึงจริงๆ”

ข้อคิดที่ได้หลังจากอ่านเล่มนี้

คำพูดของคุณยูกิที่เป็นผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวในวัย 23 ปีเค้าบอกว่า “พอเห็นคนมีความสามารถที่ไม่สามารถทำอะไรซักอย่างผมจะนึกอยากกระชากคอเสื้อหมอนั่นมาถามว่ามาสลับตัวกันไหม”

📍เราก็มานั่งคิดว่าเออว่ะเรามีมือมีแขนมีขา มีสมอง เราคิดว่าเราโชคดีมากๆที่เกิดมาแล้วแบบสุขภาพร่างกายแข็งแรงทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ทำไมเราถึงไม่ทำมันวะ!! เรายังรออะไรอยู่ ชีวิตมันก็มีแค่นี้

📍 เรากลับมาคิดว่าเวลาของเราอ่ะจริงๆแล้วอ่ะ เราไม่รู้เลยว่าเราจะตายตอนไหน เลยอยากบอกทุกคนว่าอยากทำอะไรอ่ะทำไปเลยเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะตายมั้ย แล้วถ้าตายจริงๆอ่ะเราจะเสียใจหรือเปล่า เกิดมาแค่ครั้งเดียว อย่าไปแคร์คนอื่นเยอะให้แคร์ตัวเองมากๆ

📍 “อยากใช้ชีวิตนี้เพื่ออะไร” เอาตรงตรงเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตนี้เราจะใช้ชีวิตเพื่ออะไรแต่ในมุมมองของเรา เราคิดว่าเรามีความฝันมีสิ่งที่อยากทำเราก็คงทำตามฝันของตัวเองจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไรเพราะว่าเราได้ลองแล้ว มันอาจจะสะพานที่ทำให้รู้ว่าอยากใช้ชีวิตนี้เพื่ออะไรเดี๋ยวเราก็คงเจอคำตอบ

📍 เราชอบคำพูดที่ว่า “ความกลัดกลุ้มของคุณในตอนนี้จะยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่หรือไม่หากนี่เป็นวันสุดท้ายของชีวิต“ เราคิดว่าถ้าพรุ่งนี้เราจะตายแล้วก็ไม่อยากเครียดอะไรแล้วอ่ะเรามองว่าปัญหาพวกนี้มันเป็นเรื่องเล็กมากมากกว่าชีวิตเราอีก เลยกลับมาคิดว่าตอนที่เรามีมีชีวิตอยู่อ่ะเรื่องที่เราเครียดๆเราอาจจะต้องปล่อยมันไปบ้างก็ได้ ถ้าปล่อยไม่ได้ก็แก้ไขปัญหาเลย ให้มันจบไป 🥹✌🏻เราจะได้ไม่ต้องมาคิดวน ชีวิตคงเบาขึ้น

#Lemon8ชวนเล่า #เรื่องราวดีๆ #หนังสือ #หนังสือดีบอกต่อ

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวและการได้อ่านหนังสือที่ช่วยปลุกใจอย่าง "พรุ่งนี้อาจจะตายก็ได้นะ" ผมพบว่า การตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต จะเลือกทำอะไร เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของทุกนาทีมากขึ้น ผมเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกท้อแท้ หลงทาง และไม่รู้ว่าจุดมุ่งหมายชีวิตคืออะไร แต่หลังจากได้อ่านเรื่องราวและประโยคที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ เช่นคำพูดของคุณยูกิ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่บอกว่าเขาอยากแลกชีวิตกับคนที่ยังมีโอกาส ผมก็ได้เห็นคุณค่าของสุขภาพและโอกาสที่ผมมีอยู่ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผมเริ่มตระหนักว่า คุณค่าชีวิตไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบหรือการไม่มีปัญหา แต่อยู่ที่การไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ใจเต็มไปด้วยความเสียใจหรือเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้เรากลัดกลุ้ม เรื่องราวนี้ยังช่วยให้ผมกล้าที่จะพูด "ไม่" กับสิ่งที่ไม่ใช่ความฝันของตัวเอง พร้อมกับกล้าที่จะทำตามความฝันแม้ว่าผลลัพธ์จะไม่แน่นอน ในชีวิตจริง ผมพยายามเขียนรายการสิ่งที่อยากทำก่อนตาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องบ้าๆบอๆ เพื่อเตือนใจตัวเองให้ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายและเต็มที่ การทำสิ่งเหล่านี้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เหมือนเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลองและเติบโต ท้ายที่สุดแล้ว หนังสือและเรื่องราวเหล่านี้สอนให้เราเห็นว่าชีวิตมีเพียงครั้งเดียว ไม่มีใครรู้วันสุดท้ายของตน พรุ่งนี้อาจจะไม่มาถึงก็ได้ ดังนั้นอย่ารอช้าที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ และหัดปล่อยวางความเครียด เพื่อมีชีวิตที่เบาสบายขึ้นและไม่เสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำ