10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Ballet

1. จุดเริ่มต้นของบัลเล่ต์มาจากงานเลี้ยงที่ "อิตาลี" ไม่ใช่ฝรั่งเศส:

แม้ว่าปัจจุบันเราจะคุ้นเคยกับบัลเล่ต์ในฐานะศิลปะของฝรั่งเศสและรัสเซีย แต่จริงๆ แล้วบัลเล่ต์ถือกำเนิดขึ้นในราชสำนักของอิตาลีช่วงยุคเรอเนสซองส์ (ศตวรรษที่ 15) เพื่อเป็นความบันเทิงในงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน ก่อนที่พระนางแคทเธอรีน เดอ เมดีชี จะนำมันเข้าสู่ราชสำนักฝรั่งเศส

2. ศัพท์บัลเล่ต์ทั้งหมดเป็น "ภาษาฝรั่งเศส":

ไม่ว่าคุณจะเรียนบัลเล่ต์ที่ไหนในโลก (ไทย, อเมริกา, ญี่ปุ่น หรือรัสเซีย) คำสั่งและชื่อท่าทั้งหมด เช่น Plié, Tendu, Arabesque หรือ Rond de jambe จะใช้ภาษาฝรั่งเศสเหมือนกันหมด เพราะพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสทรงโปรดปรานบัลเล่ต์มาก และทรงตั้งโรงเรียนสอนบัลเล่ต์แห่งแรกของโลกขึ้นมาเพื่อรวบรวมระบบท่าเต้น ดังนั้น ถ้ามาเรียนเต้นบัลเล่ต์ ที่ Sauté dance ก็จะได้เรียนภาษาฝรั่งเศษบางคำไปในตัวเลย

3. ในอดีต "ผู้ชาย" เท่านั้นที่เต้นบัลเล่ต์ได้:

ในช่วงแรกเริ่ม บัลเล่ต์เป็นศิลปะสำหรับผู้ชายในราชสำนักเท่านั้น และผู้ชายก็ต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อแสดงบทบาทหญิงด้วย จนกระทั่งปี 1681 นักเต้นหญิงคนแรก (Mademoiselle De Lafontaine) ถึงได้เริ่มขึ้นแสดงบนเวที

4. รองเท้า Pointe Shoes สุดโหด:

นักเต้นบัลเล่ต์หญิง ไม่ได้ยืนด้วยปลายเท้าเปล่าๆ แต่ใช้รองเท้าพิเศษที่เรียกว่า Pointe Shoes ซึ่งตรงปลาย (Box) ทำจากผ้ากระสอบ กระดาษ และกาวซ้อนกันหลายชั้นจนแข็ง (ไม่ได้ทำจากไม้หรือเหล็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ) และรองเท้าคู่หนึ่งอาจพังคานิ้วเท้าได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือแค่ไม่กี่ชั่วโมงสำหรับนักเต้นระดับอาชีพในโชว์ใหญ่ๆ

5. กว่าจะได้เต้นปลายเท้า ต้องฝึกนานหลายปี:

นักเรียนบัลเล่ต์ไม่สามารถใส่รองเท้า Pointe Shoes ได้ทันทีที่เริ่มเรียน โดยทั่วไปต้องฝึกฝนอย่างหนักอย่างน้อย 2-4 ปี เพื่อสร้างกล้ามเนื้อข้อเท้า หน้าท้อง และหลังให้แข็งแรงพอ รวมถึงต้องรอให้กระดูกเท้าโตเต็มที่ Adult Ballet ของเราเองก็มีหลายคนที่ได้ลองเต้นพ้อยท์แล้วนะคะ

6. นักเต้นชาย แบกน้ำหนักเป็นร้อยๆกิโล ในหนึ่งโชว์:

นักเต้นบัลเล่ต์ชายต้องใช้พละกำลังมหาศาล ในการแสดงหนึ่งรอบ พวกเขาอาจต้องยก คู่เต้นหญิงรวมกันแล้วคิดเป็นน้ำหนักรวมกว่าหลายร้อยกิโลเลยทีเดียวหาก Choreographer ออกแบบท่าให้สลับคู่ไปมา ใครว่านักเต้นบัลเล่ต์ชายมักไม่แมน าจจะต้องคิดใหม่น้า

7. "ตูตู" (Tutu) :

กระโปรงบัลเล่ต์ฟูๆ มีสองแบบหลักๆ คือ Romantic Tutu (ยาวคลุมเข่า ดูพริ้วไหว) และ Classical Tutu (สั้น แบน และยื่นออกข้างลำตัว) ซึ่งเหตุผลที่ Classical Tutu ถูกออกแบบมาให้สั้นและชี้ออกข้างๆ ก็เพื่อให้ผู้ชมเห็นการทำงานของขาและเท้าที่ซับซ้อน รวมถึงทักษะการหมุนตัว (Turns) และกระโดดที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคต่อมานั่นเอง ส่วน Romantic tutu นิยมใช้ในบัลเล่ต์ยุคแรกๆ ที่เนื้อเรื่องเน้นความอ่อนช้อย หรือคาแรคเตอร์เหมาะกับการใส่กระโปรงยาวเช่น La Sylphide

8. เบื้องหลังความลื่น... มี "ยางสน" ช่วยชีวิต:

พื้นเวทีเต้นมักจะลื่นมาก นักเต้นบัลเล่ต์จึงต้องมีกล่องใส่ Rosin (ผงยางสน) ไว้ข้างเวที เพื่อเอาปลายเท้าและส้นเท้าไปเหยียบก่อนขึ้นแสดง ผงนี้จะช่วยเพิ่มความหนืดและป้องกันไม่ให้พวกเขาลื่นล้มเวลาหมุนตัวหรือกระโดด ทาง Studio Sauté ก็จัดเตรียมพร้อมให้นักเต้นทุกคนในคลาส หรือหากเป็นห้องที่ปูพื้นสำหรับเต้นแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวลื่นนะคะ

9. พลังงานที่ใช้ เท่ากับนักกีฬาอาชีพ:

การเต้นบัลเล่ต์หนึ่งโชว์ใช้พลังงานสูงมาก มีการวิจัยพบว่าการเต้นบัลเล่ต์ระดับอาชีพเทียบเท่ากับการเล่นฟุตบอลเต็มแมตช์ หรือการวิ่งระยะสั้นซ้ำๆ กัน นักเต้นจึงมีสภาพร่างกายและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งไม่ต่างจากนักกีฬาระดับโอลิมปิก แต่สำหรับนักเต้นมือสมัครเล่นก็ไม่ต้องกังวล เราไม่หนักเท่าเค้าแน่นอนค่ะ แต่ก็จะแข็งแรงขึ้นพร้อมอ่อนช้อยไปพร้อมๆกันนะ

10. "The Nutcracker" คือโชว์ทำเงินอันดับหนึ่งตลอดกาล:

บัลเล่ต์เรื่อง The Nutcracker ของไชคอฟสกี เป็นการแสดงที่โรงเรียนและคณะบัลเล่ต์ทั่วโลกนิยมจัดในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และรายได้จากการแสดงเรื่องนี้เรื่องเดียว มักจะคิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมดของคณะบัลเล่ต์หลายๆ แห่งตลอดทั้งปีเลย แน่นอนว่าสองปีที่ผ่านมา Sauté dance studio ก็จัดการแสดงเบสจากเรื่องนี้ด้วยและคลาส Adult Ballet Class ทุกคนก็มีโอกาสได้ร่วมการแสดงเช่นเดียวกัน

#ballet #บัลเล่ต์ #adultballet

6/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่เคยร่วมคลาส Adult Ballet มาแล้ว ขอยืนยันว่าแม้จะเริ่มเรียนในวัยผู้ใหญ่ ก็สามารถสัมผัสความสวยงามและความท้าทายของบัลเล่ต์ได้อย่างเต็มที่ การเต้นบัลเล่ต์ไม่ได้เป็นแค่ศิลปะที่เน้นความงดงามหรือความสง่างามเท่านั้น แต่ยังต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายและสมาธิมากกว่าที่หลายคนคิด ใครที่เคยไปดูการแสดงใหญ่จะเห็นนักเต้นชายที่ต้องยกนักเต้นหญิงในท่าที่ยาก บางครั้งน้ำหนักรวมก็ถือว่าเกินร้อยกิโลกรัม นั่นหมายความว่าต้องฝึกฝนอย่างมีวินัยรวมถึงการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนเรื่องรองเท้า Pointe Shoes ที่หลายคนสงสัยว่าทำจากไม้หรือเหล็ก จริง ๆ แล้วทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ผ้ากระสอบและกาวซ้อนหลายชั้นจนแข็ง ทำให้นักเต้นไม่เจ็บเท้าเกินไปแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของบัลเล่ต์และต้องใช้เวลาฝึกซ้อมเป็นปี กว่าจะสามารถยืนและเต้นด้วยปลายเท้าอย่างสวยงาม อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการใช้ผงยางสน (Rosin) ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กแต่ช่วยสร้างความมั่นใจในเวลาแสดงบนเวทีมาก เพราะพื้นเวทีสามารถลื่นได้ง่าย การหยิบใช้ Rosin ก่อนขึ้นเวทีจึงเหมือนมีตัวช่วยชีวิตให้ไม่เกินล้ม นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส การแสดง The Nutcracker ถือเป็นไฮไลต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นโชว์ที่ได้รับความนิยมและสร้างรายได้มหาศาลให้กับคณะบัลเล่ต์ทั่วโลก ที่สำคัญ นักเรียนจากคลาส Adult Ballet ของที่นี่ก็มีโอกาสได้ร่วมแสดงด้วย ทำให้เก็บประสบการณ์และความทรงจำที่ล้ำค่า เมื่อเทียบกับกีฬาระดับโลก การเต้นบัลเล่ต์ต้องใช้พลังงานและทักษะที่สูงไม่แพ้กัน และยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงทางร่างกายและความยืดหยุ่น ในมุมหนึ่งจึงถือเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพและจิตใจ และยังสามารถทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมความงดงามของศิลปะการเต้นที่สืบทอดมาหลายร้อยปีอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจลองเริ่มต้นด้วยคลาส Adult Ballet คุณจะรู้สึกถึงความทุ่มเทของนักเต้นทุกคนและความสวยงามที่บัลเล่ต์มอบให้ พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ฝรั่งเศสที่ใช้ในบัลเล่ต์แบบสนุก ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเรียนการสอนให้ครบถ้วนมากขึ้น