Corrector before Concealer🪄

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนได้ยินประโยค “Corrector before Concealer” จากช่างแต่งหน้าแล้วงงว่า จำเป็นไหม? เราเคยข้ามขั้นนี้มาตลอด เพราะคิดว่าใช้คอนซีลเลอร์ตัวเดียวก็พอ แต่พอลองใช้ corrector แบบจริงจังถึงเข้าใจว่า มันช่วย “แก้สี” ก่อน แล้วค่อย “กลบ” ทำให้ใช้คอนซีลเลอร์น้อยลง งานผิวดูบางเบาและไม่หนาเป็นปื้น Corrector makeup คืออะไร? มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลักการสีตรงข้าม (color correct) เพื่อหักล้างโทนสีที่เราไม่อยากเห็น เช่น ใต้ตาคล้ำอมม่วง/น้ำเงิน หรือรอยสิวแดง ๆ ถ้าเราเอาคอนซีลเลอร์สีเนื้อไปทาทับทันที บางทีต้องโบกหลายชั้นถึงจะกลบได้ สุดท้ายตกร่องและดูหนา แต่ถ้าใช้ corrector สีที่เหมาะก่อน จะทำให้สี “กลางขึ้น” แล้วค่อยลง concealer บาง ๆ ก็ปิดเนียนแล้ว วิธีเลือกสี Corrector แบบเข้าใจง่าย (จากที่ลองเอง) - พีช/ส้ม (Peach/Orange): เหมาะกับใต้ตาคล้ำโทนน้ำเงิน-ม่วง โดยเฉพาะคนผิวกลาง-เข้มจะใช้ส้มได้ดี ส่วนผิวขาวมากเลือกพีชจะละมุนกว่า - เหลือง/แซลมอน: ช่วยกับความหม่นหรือคล้ำแบบไม่ม่วงจัด และช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้นแบบไม่เทา - เขียว: ไว้กดรอยแดง เช่น สิวอักเสบ ปีกจมูกแดง หรือรอยแดงรอบ ๆ แก้ม - ม่วง/ลาเวนเดอร์: ช่วยแก้ผิวหมองอมเหลือง ทำให้ดูไบรท์ขึ้น (ใช้บางมาก ๆ) ทริคการลง “Corrector before Concealer” ให้ไม่เป็นคราบ 1) เตรียมผิวก่อนสำคัญมาก: ลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์/อายครีมบาง ๆ แล้วรอให้เซ็ตตัวสักนิด ใต้ตาจะไม่แห้งจนตกร่อง 2) ใช้ corrector “นิดเดียว” พอ: แตะเฉพาะจุดที่สีชัด เช่น เงาม่วงใต้ตาด้านใน ไม่ต้องปาดทั้งใต้ตา 3) เกลี่ยแบบกด ไม่ถู: เราชอบใช้นิ้วนางหรือฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ กด ๆ จะเนียนกว่าและไม่ยกชั้นผิว 4) รอให้เซ็ตก่อนค่อยลง concealer: ประมาณ 10–20 วินาที แล้วค่อยทาคอนซีลเลอร์ทับแบบบาง ๆ เฉพาะจุดที่ต้องการการปกปิด 5) เลือกคอนซีลเลอร์ให้ถูกหน้าที่: ถ้าเน้นใต้ตา เลือกเนื้อที่ยืดหยุ่น ไม่แห้งเกินไป และสีควรใกล้ผิว (ไม่สว่างเว่อร์) เพื่อไม่ให้ดูเทา 6) เซ็ตแป้งน้อยที่สุด: แตะแป้งโปร่งแสงบาง ๆ แค่บริเวณที่มีรอยพับ จะช่วยล็อกแต่ยังดูเป็นงานผิว หลังจากทำตามนี้ เรารู้สึกว่าแต่งหน้าถ่ายรูป (โหมด PHOTO/ถ่ายปกติ) ใต้ตาดูเรียบขึ้นมาก และไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์หนา ๆ อีกต่อไป ใครที่ใช้ corrector makeup แล้วรู้สึกหนา/เป็นคราบ ลองลดปริมาณและกดเกลี่ยแทนการปาด รับรองต่างเลย