Automatically translated.View original post

That kid I'm proud of. ✨💗

Why do we like photography?

Because it reminds us that no matter what happens, when we keep going, we remember what is happening to our lives, we remember those atmospheres, memories, and feelings. Every picture always has a story in it, and it reminds us that no matter what happens, when we keep going, there is a moment when we have a reminder to ourselves, "One day is 24 hours." It may sound like wondering what's going on, but believe it? There is a moment, this word helps us a lot. 😹

# Good memories # lemon 8 diary # Trending # selflovetips # School life

2025/8/23 Edited to

... Read moreประโยค “เข้าเรียนทุกคาบไม่ทราบอะไรเลย” เป็นอะไรที่เราขำปนเจ็บใจมาก เพราะมันเคยเป็นเราแบบสุดๆ ช่วงปี 2018 นี่เข้าห้องครบ เช็กชื่อครบ นั่งหน้าห้องบ้างหลังห้องบ้าง แต่พออาจารย์ถามคือ…สมองว่างเหมือนเพิ่งวาร์ปเข้ามา เมื่อก่อนเราคิดว่ามันแปลว่า “เราไม่เก่ง” แต่โตขึ้นถึงรู้ว่าหลายครั้งมันคือ “เราเรียนไม่เป็น + เราเครียด + เราไม่กล้าถาม” มากกว่า สิ่งที่ช่วยเราได้จริง (แบบคนเคยหลุดทุกคาบ) คือเริ่มจากยอมรับก่อนว่าไม่เข้าใจไม่ใช่เรื่องน่าอาย แล้วค่อยปรับวิธีเอาตัวรอดให้เหมาะกับตัวเอง 1) ก่อนเข้าเรียน 10 นาที: ทำพรีวิว 3 บรรทัด เราใช้วิธีเปิดสไลด์/หัวข้อที่จะเรียน แล้วเขียนแค่ 3 บรรทัดลงสมุดหรือโน้ตมือถือว่า “วันนี้เรียนเรื่องอะไร / คำที่ไม่รู้มีอะไร / อยากได้คำตอบอะไร” แค่นี้ตอนฟังจะจับประเด็นได้ง่ายขึ้น ไม่ลอย 2) ระหว่างเรียน: จดแบบ Cornell ฉบับขี้เกียจ ไม่ต้องจดทุกคำ ให้จดแค่ “คำสำคัญ + ตัวอย่าง” และใส่เครื่องหมาย ? ตรงจุดที่งงไว้ พอเลิกคลาสจะรู้เลยว่าต้องกลับไปเคลียร์ตรงไหน ไม่ใช่กลับหอแล้วลืมหมด 3) หลังเรียน 24 ชั่วโมง: สรุป 5 บรรทัด (กฎ 1 วันมี 24 ชม.) อันนี้คือคติที่ช่วยเราเยอะมาก “1 วันยังมี 24 ชม.” หมายถึงไม่ต้องรอให้ไฟลนก้นค่อยอ่าน เราให้เวลาตัวเองภายใน 24 ชม. หลังเรียน สรุปสั้นๆ 5 บรรทัด หรืออัดเสียงอธิบายให้ตัวเองฟัง 1 นาที ทำเสร็จคือสบายใจขึ้นแบบรู้สึกคุมชีวิตได้ 4) ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ: ถามแบบมีสคริปต์ เราเคยกลัวถามเพราะกลัวดูโง่ เลยเปลี่ยนเป็นประโยคง่ายๆ เช่น “ขอถามยืนยันความเข้าใจได้ไหมคะ/ครับ ถ้าข้อนี้ต้องเริ่มจาก…ถูกไหม” หรือส่งข้อความหาเพื่อนว่า “สรุปบทนี้ให้หน่อย 3 ประโยค เราจะเอาไปต่อยอด” การถามให้เป็นช่วยลด self doubt มาก 5) อ่านหนังสือสอบแบบไม่ทรมาน แทนที่จะโหมอ่าน เราแบ่งเป็นรอบสั้นๆ 25 นาที แล้วพัก 5 นาที และทุกครั้งต้องมี “โจทย์/คำถาม” ให้สมองทำงาน ไม่ใช่อ่านผ่านตาอย่างเดียว สุดท้ายอยากบอกว่า ต่อให้เคยเป็นคน “เข้าเรียนทุกคาบไม่ทราบอะไรเลย” มันไม่ได้แปลว่าเราไม่มีอนาคตเลยนะ เราเองผ่านช่วงอ่านสอบเหนื่อยๆ จบแบบงงๆ แล้วค่อยๆ ทำงาน เก็บเงินเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก จนมาถึงวันที่เริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ถึงจะยัง self doubt ได้เสมอ แต่เราภูมิใจที่ไม่ย้อนเวลาแล้ว เลือกใช้ชีวิตตอนนี้ให้ดีขึ้นทีละนิดก็พอ