ถ้ามีคนถามว่า การลงทุนอะไรที่เหนื่อยที่สุด
แต่ให้ผลตอบแทนที่งดงามและคุ้มค่าที่สุด...
คำตอบของคนเป็นแม่คงหนีไม่พ้น
“ การลงทุนเรื่องเวลาให้กับลูก ” ค่ะ
5 ปีที่ผ่านมา …
มันคือช่วงเวลาของการหยอดกระปุกอย่างแท้จริง
เป็น 5 ปีที่เรายอมเสียสละเวลาส่วนตัว
ยอมแลกความสะดวกสบาย
และทุ่มเทพลังกายพลังใจทั้งหมด
ที่มีเพื่อฟูมฟักเด็กคนหนึ่ง
ในวันนั้นเราอาจยังมองไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหรอกค่ ะ
รู้แค่ว่าต้องหยอดกระปุกความรัก ความใส่ใจ
และคอยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เขาในทุก ๆ วัน
ยอมเหนื่อยอุ้ม เหนื่อยวิ่งตาม เหนื่อยพูดในเรื่องซ้ำๆ
และเหนื่อยกับการตอบคำถามนับพันคำถาม
เพื่อเปิดโลกการเรียนรู้ให้เขา
แต่เมื่อมองวันนี้ หนูดา ในวัย 5 ขวบ
ดอกผลจากกระปุกเวลาใบนั้น
ได้เริ่มเบ่งบาน ให้เราได้ชื่นใจแล้วค่ะ
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แววตาที่เปี่ยมด้วยความสุข
คือ หลักฐานชิ้นโตที่บอกว่า
ความทุ่มเทตลอด 5 ปีที่ผ่านมามันไม่สูญเปล่าเลย
จากต้นกล้าตัวเล็ก ๆ ในวันนั้น
วันนี้หนูเริ่มเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง กล้าคิด กล้าทำ
และมีรอยยิ้มที่พร้อมจะแจกจ่ายพลังบวกให้กับทุกคนรอบข้าง
เห็นแบบนี้แล้วคนเป็นแม่ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
และรู้เลยว่า... ทุกวินาทีที่เสียสละไป
มันคุ้มค่าเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบจริง ๆ
การลงทุนเรื่องเวลาสำหรับลูกนับว่าเป็นการลงทุนที่เหนื่อยที่สุดแต่ถือเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนที่งดงามและยั่งยืนที่สุดในชีวิตแม่คนหนึ่ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้ว่าการหยอดกระปุกด้วยเวลาและความใส่ใจเหมือนกับการออมเงินในธนาคารที่รอวันผลิดอกออกผล ความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาตั้งแต่การอุ้ม การวิ่งตาม และการพูดซ้ำ ๆ เรื่องเดิม ๆ กับลูกน้อยนั้น แม้ในตอนแรกอาจมองไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ผลงานส่วนใหญ่สะท้อนผ่านรอยยิ้มและความมั่นใจของลูกในวันนี้ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกได้เรียนรู้ เปิดโลกแห่งความรู้ และการตอบคำถามนับพันที่ถูกถามโดยเจ้าตัวเล็ก ล้วนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญา ผมเองก็พบว่าการทุ่มเทนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เขากลายเป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าทำ และเป็นพลังบวกให้กับคนรอบข้างอีกด้วย อีกทั้งการเลี้ยงลูกแบบเชิงบวก หรือ Positive Parenting ที่เน้นการให้กำลังใจ เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น และเข้าใจความรู้สึกของลูกอย่างลึกซึ้ง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างมาก ที่สำคัญคือการยอมสละเวลาเพื่ออยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพ สนทนาและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีการลงทุนแบบไหนที่จะคุ้มค่ากว่านี้อีกแล้ว สุดท้ายนี้ การลงทุนเรื่องเวลาที่เมล็ดพันธุ์แห่งความรักและการดูแลอย่างตั้งใจ จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่งและพร้อมให้ผลสำเร็จในวันข้างหน้า เหมือนกับที่น้องหนูดาได้แสดงให้เห็นในวันนี้ ความพยายามและการสละส่วนนั้นยังคงเป็นเรื่องราวแรงบันดาลใจที่ย้ำเตือนให้แม่เลี้ยงลูกทุกคนไม่หยุดที่จะทุ่มเทในทุกวินาที เพราะมันคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในชีวิต
