เบื้องหลังความคลั่งไคล้อาณาจักรธุรกิจ “ฟุตบอล” ⚽️
รู้ไหมว่าสโมสรฟุตบอลที่เรารักนั้นเป็นมากกว่าแค่ทีมกีฬา พวกเขาคือ "องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่" ที่สามารถทำเงินมหาศาล และมีโมเดลที่น่าสนใจไม่แพ้บริษัทชั้นนำของโลกเลย มาเจาะลึกกันว่าฟุตบอลทำเงินได้อย่างไร และทำไมนักธุรกิจถึงอยากเข้ามาเป็นเจ้าของกันนัก
.
4 ช่องทางรายได้หลัก:
สโมสรฟุตบอลมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายมาก เพื่อสร้า งผลกำไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด
.
ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด: "เหมืองทองคำที่แท้จริง"
.
บริษัททีวีต่างๆ ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขัน เพราะฟุตบอลมีผู้ชมทั่วโลกเยอะมาก อย่าง Premier League ของอังกฤษ ได้เงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2022-2025 สโมสรใหญ่ๆ สามารถทำเงินได้มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์ต่อฤดูกาล เพียงแค่การได้ออกทีวีเท่านั้น
.
รายได้วันแข่งขัน: สร้างความผูกพันกับแฟนๆ
.
มาจากค่าตั๋วเข้าชม, อาหาร-เครื่องดื่ม และสินค้าที่ขายในวันแข่งขัน สโมสรอย่าง Real Madrid, Manchester United หรือ Bayern Munich สามารถทำเงินได้ถึง 4-6 ล้านดอลลาร์ต่อเกมในบ้าน จากการขายตั๋วอย่างเดียว การมีนักเตะสตาร์ดังที่ดึงดูดแฟนบอลได้จึงสำคัญมาก เพราะถ้าที่นั่งไม่เต็ม ก็ไม่มีเงิน
.
รายได ้เชิงพาณิชย์: สปอนเซอร์และสินค้าของที่ระลึก
.
มาจากการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ใหญ่ๆ และการขายสินค้าลิขสิทธิ์ของสโมสร แบรนด์อย่าง Emirates, Nike, Adidas, Coca-Cola หรือ EA ยอมจ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์ในแต่ละปี เพื่อนำโลโก้ของพวกเขาไปติดบนชุดนักเตะหรือป้ายโฆษณาทั่วสนาม สำหรับสโมสรยักษ์ใหญ่ ดีลเหล่านี้มีมูลค่าเป็น ร้อยล้านดอลลาร์ การขายสินค้าอย่างเสื้อแข่ง ผ้าพันคอ หรือแก้วกาแฟ ก็สร้างรายได้มหาศาล เช่น PSG ทำเงิน 80 ล้านดอลลาร์ จากการขายเสื้อ Messi หลังจากเซ็นสัญญาเพียงไม่นาน
.
เงินรางวัล: ยิ่งฟอร์มดี ยิ่งได้เงิน
.
การคว้าแชมป์ลีกในประเทศ, การแข่งขันระดับยุโรป (เช่น Champions League) หรือแม้แต่แค่การผ่านเข้ารอบ ก็มาพร้อมกับเงินรางวัลจำนวนมาก การคว้าแชมป์ UEFA Champions League สามารถทำให้สโมสรได้รับเงินรางวัลและโบนัสต่างๆ กว่า 100 ล้านดอลลาร์ แค่การได้เข้าร่วม การแข่งขันก็สามารถเปลี่ยนงบประมาณของสโมสรทั้งฤดูกาลได้แล้ว
.
รายรับเยอะ แต่รายจ่ายก็ไม่น้อย
.
ค่าใช้จ่ายมหาศาล:
แม้สโมสรจะมีรายได้มหาศาล
แต่พวกเขาก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่สามารถกลืนกินกำไรไปได้
.
เงินเดือนนักเตะ: นี่คือค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุด นักฟุตบอลระดับท็อปบางคนทำเงินได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์
.
ค่าซื้อขายนักเตะ: การดึงดูดนักเตะใหม่ๆ เข้ามามีราคาแพงมาก บางครั้งเกิน 100 ล้านดอลลาร์ ยังไม่รวมค่าเหนื่อยและโบนัส
.
การบริหารจัดการสนาม: การบำรุงรักษาสนามขนาดใหญ่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าดูแลสนามหญ้า ค่าไฟ ค่าความปลอดภัย การแข่งขันนัดเดียวก็อาจใช้เงินเป็นแสนดอลลาร์แล้ว
.
ค่าใช้จ่ายผู้จัดการทีม: การจ้างโค้ชดังๆ ก็แพง แต่ที่แพงกว่าคือ "การไล่โค้ชออกกลางคัน" ซึ่ง สโมสรอาจต้องจ่ายเงินชดเชยหลายล้านดอลลาร์
.
Academyเยาวชนและศูนย์ฝึก: การลงทุนในนักเตะรุ่นใหม่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งยิมไฮเทค ระบบแมวมอง และโค้ชประจำ
.
แล้วทำไมเศรษฐีหลายคนถึงอยากเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล ? 🤔
มหาเศรษฐีมักจะซื้อสโมสรฟุตบอลด้วยเหตุผลที่นอกเหนือจากกำไรระยะสั้น พวกเขามองการลงทุนระยะยาวและการสร้างอิทธิพลระดับโลก
.
สร้างแบรนด์และอิทธิพล:
การเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลมอบการมองเห็นในระดับโลกที่ไม่มีอะไรเทียบได้ และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจและอิทธิพลของเจ้าของ
.
มูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น:
สโมสรฟุตบอลสามารถมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี
.
ตัวอย่าง: Chelsea ถูกซื้อไปในราคา 300 ล้านดอลลาร์ ในปี 2003 และถูกขายไปในราคา 5.2 พันล ้านดอลลาร์ ในปี 2022 แสดงให้เห็นถึงกำไรมหาศาลในระยะยาว แม้ว่าสโมสรอาจจะขาดทุนจากการดำเนินงานในบางปีก็ตาม นี่คือการเล่นเกม "ระยะยาว" ของเจ้าของหลายๆ คน
.
แล้วกลยุทธ์สำหรับสโมสรเล็กๆต้องทำอะไร ?
ถึงจะอยู่รอดในโลกที่ทุนนิยมนี้ได้...
สโมสรเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงระดับโลกเหมือนทีมใหญ่
ต้องใช้กลยุทธ์ที่สร้างสรรค์เพื่อความอยู่รอดทางการเงิน
.
สปอนเซอร์ท้องถิ่น: พึ่งพาพันธมิตรภายในชุมชนของตนเอง
.
การซื้อขายนักเตะ: พัฒนาผู้เล่นดาวรุ่งแล้วขายทำกำไร นี่คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยพยุงสโมสรได้
.
ตัวอย่าง: Benfica ซื้อ Enzo Fernandez มาในราคาประมาณ 12 ล้านดอลลาร์ และขายให้ Chelsea ในอีกไม่กี่เดือนต่อมาในราคา 120 ล้านดอลลาร์ ทำกำไรไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์ จากนักเตะคนเดียว
.
ยืมตัวนักเตะและการสนับสนุนจากชุมชน:
การยืมตัวน ักเตะช่วยลดภาระค่าเหนื่อย
และการสร้างความผูกพันกับแฟนบอลท้องถิ่นอย่างแข็งแกร่งก็สำคัญมาก
.
สโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือสโมสรที่ "บริหารฟุตบอลเหมือนธุรกิจ" พวกเขาบริหารจัดการรายได้มหาศาลให้สมดุลกับค่าใช้จ่ายจำนวนมากได้อย่างชาญฉลาด
.
แม้ฟุตบอลจะสร้างขึ้นจาก "แพชชั่น" แต่การจัดการการเงินที่ดี, การมีแหล่งรายได้ที่หลากหลาย และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ คือสิ่งจำเป็นสำหรับการทำกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมเงินแสนล้านนี้ แม้แต่สโมสรที่ไม่ได้แชมป์บ่อยๆ ก็ยังสามารถทำกำไรได้มหาศาล เพราะพวกเขามี Business Model ที่แข็งแกร่ง
วิชาคนตัวเล็ก
#ฟุตบอล #ManchesterUnited #วิชาคนตัวเล็ก #ธุรกิจกีฬา #ข่าวฟุตบอล

















