Robert Kiyosaki 🕶
5 ความจริงทางการเงินที่ขัดใจแต่ทำให้รวยตามหลัก Robert Kiyosaki
สำหรับคนส่วนใหญ่ แผนการเงินคือ "เรียนให้จบ หางานทำ ทำงานหนัก และเก็บเงิน" ซึ่งเป็นเส้นทางที่ดูรับผิดชอบ แต่ Robert Kiyosaki ผู้เขียนและผู้ประกอบการชื่อดังโต้แย้งว่าหลักการเหล่านี้ล้าสมัยไปแล้ว และคนรวยกำลังเล่นเกมการเงินที่แตกต่างไปจากคนทั่วไปโดยสิ้นเชิง นี่คือ 5 แนวคิดที่น่าประหลาดใจและทรงพลังของเขา
1. เงินเดือนคือกับดัก ไม่ใช่ขุมทรัพย์
ในขณะที่เงินเดือนที่มั่นคงคือความมั่นคงของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับ Kiyosaki มันคือสิ่งที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะทันทีที่คุณรับเงินเดือน คุณจะตกอยู่ใน วิธีคิดแบบลูกจ้าง และกลายเป็น "ทาสของเงิน"
Kiyosaki ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างพื้นฐาน: ความมั่นคงของลูกจ้างขึ้นอยู่กับนายจ้างเพียงคนเดียว แต่ความมั่นคงของผู้ประกอบการมาจากวิธีคิดและทักษะของตัวเอง ผู้ประกอบการมีอิสระที่จะไปสร้างคุณค่าและสร้างเงินได้ทุกที่ ไม่ได้ถูกผูกติดอยู่กับโต๊ะทำงานเดียว
2. หนี้ดีทำให้รวยขึ้น หนี้เสียทำให้จนลง
คำแนะนำให้ "ปลอดหนี้" เป็นกฎที่ไม่สามารถต่อรองได้สำหรับสุขภาพทางการเงิน แต่ Kiyosaki ท้าทายสิ่งนี้โดยระบุว่าคนรวยไม่ได้หลีกเลี่ยงหนี้ แต่เรียนรู้ว ิธีใช้มัน เขาให้ตัวอย่างว่าตนเองได้รีไฟแนนซ์หนี้ 300 ล้านดอลลาร์ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงอย่างมาก ซึ่งไม่ได้แค่ช่วยประหยัดเงิน แต่ทำให้เขารวยขึ้นเพราะเพิ่มกระแสเงินสด
หลักการของเขาคือ หนี้และภาษีทำให้คนรวยรวยขึ้น แต่ทำให้คนจนและชนชั้นกลางจนลง ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้สร้างขึ้นด้วยการกำจัดหนี้ แต่ด้วยการ ใช้หนี้เป็นเครื่องมือในการเข้าซื้อสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด (Cash-Flowing Assets)
3. คนเก็บเงินคือผู้แพ้ และเงินสดคือขยะ
ในสภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาล "พิมพ์ธนบัตรหลายล้านล้านดอลลาร์" การเก็บเงินสดจึงเป็นเกมที่แพ้อยู่แล้ว เมื่อมีการสร้างเงินใหม่ ค่าของเงินดอลลาร์ที่มีอยู่จะลดลง (เงินเฟ้อ) ซึ่งเป็นการลงโทษคนที่มีวินัยในการเก็บเงิน
การเก็บเงินสดทำให้กำลังซื้อของคุณลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ระบบเดียวกันนี้กลับให้รางวัลแก่ลูกหนี้ เพราะพวกเขาสามารถใช้เงินที่ "ถูกลง" ในอนาคตมาชำระหนี้ที่เคยกู้มาได้ นี่เป็นเหตุผลหลักที่คนรวยไม่กลัว "หนี้ดี" เพราะพวกเขาทราบดีว่านโยบายทางการเงินกำลังทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา
4. คนรวยไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน (ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จ่ายภาษี)
หนึ่งในข้อเรียกร้องที่น่าตกใจที่สุดของ Kiyosaki คือการทำเงินหลายล้านดอลลาร์โดย ไม่เสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย เขาอธิบายว่ารายได้ที่ได้จากการทำงาน (เงินเดือน) จะถูกเก็บภาษีในอัตราสูงสุด
กลไกที่ Kiyosaki ใช้คือการรวมกลยุทธ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน: เขาสร้างรายได้ในฐานะผู้ประกอบการ (ข้อ 1) แล้วนำรายได้นั้นไป ทวีคูณด้วยหนี้ดี (ข้อ 2) เพื่อเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทันที การใช้หนี้เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ทำให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากกฎหมายภาษี เช่น การคิดค่าเสื่อมราคา เพื่อกำบังรายได้ของเขาได้อย่างถูกกฎหมาย ทำให้เขาสามารถสร้างเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งที่ได้เปรียบทางภาษี
5. เศรษฐกิจที่แท้จริงของคุณคือภายใน ไม่ใช่ภายนอก
มันง่ายที่จะโทษปัจจัยภายนอก เช่น ตลาดที่แย่ หรือวิกฤตเศรษฐกิจ สำหรับปัญหาทางการเงิน แต่ Kiyosaki สอนว่าเราทุกคนมีสองเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ และ เศรษฐกิจภายใน ที่ประกอบด้วยวิธีคิดและทักษะของเราเอง
สำหรับผู้ประกอบการ ความล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นโอกาสที่ทำให้พวกเขา "หิวและฉลาดขึ้น" Kiyosaki ย้ำว่างานแรกของผู้ประกอบการคือ "การควบคุมสิ่งที่อยู่ภายใน ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายนอก"
บทสรุป: ตรวจสอบวันหมดอายุของความคิดทางการเงินของคุณ
แก่นหลักของ Kiyosaki คือโลกการเงินได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเงินไม่มีการผูกติดกับมาตรฐานทองคำอีกต่อไป กฎเก่าที่สอนให้ "ทำงานหนัก, เก็บเงิน, ปลอดหนี้" จึงล้าสมัยไปแล้ว คำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองคือ: อะไรคือแนวคิดทางการเงินที่ล้าสมัยที่สุดที่คุณยังคงยึดถืออยู่ในปัจจุบัน?
#การเงินการลงทุน #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #lemon8ไดอารี่ #วิชาคนตัวเล็ก
หลายคนเสิร์ชว่า “Robert Kiyosaki portrait” แล้วอาจสงสัยว่าเขาเป็นใคร ทำไมรูปเขาใส่แว่น (ภาพ Robert Kiyosaki สวมแว่นตาสีฟ้า) ถึงถูกแชร์เยอะ และเกี่ยวอะไรกับแนวคิดการเงินของคนรวย—ฉันขอสรุปแบบคนอ่านจริง ใช้จริง และโยงกลับไปที่ 5 ความจริงของคนรวยตามหลัก Robert Kiyosaki ให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ Robert Kiyosaki คือผู้เขียน Rich Dad Poor Dad และนักธุรกิจที่ดังจากการสอนเรื่อง “สินทรัพย์ vs หนี้สิน” (Assets vs Liabilities) เขามักสื่อสารแรง ๆ เพื่อให้คนหยุดทำตามสูตรเดิม เช่น “เรียนจบ-ทำงานหนัก-เก็บเงิน” แล้วหันมามองเกมการเงินอีกแบบ จุดเด่นของเขาไม่ใช่การสอนให้ประหยัดอย่างเดียว แต่สอนให้สร้างกระแสเงินสด และซื้อสินทรัพย์ที่ทำงานแทนเรา ถ้าจะเอาหลักของเขามาปรับใช้แบบปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป ฉันแนะนำ 4 ขั้นเช็กตัวเองง่าย ๆ: 1) แยก “หนี้ดี/หนี้เสีย” ด้วยเกณฑ์กระแสเงินสด หนี้ดีในมุม Kiyosaki คือหนี้ที่เอาไปซื้อสิ่งที่สร้างรายได้หรือกระแสเงินสด เช่น ทรัพย์สินให้เช่า/ธุรกิจที่กำไรสม่ำเสมอ ส่วนหนี้เสียคือหนี้ที่ทำให้จ่ายออกเรื่อย ๆ โดยไม่สร้างรายรับกลับมา เช่น ผ่อนของฟุ่มเฟือยเกินตัว วิธีเช็กคือ: หลังหักค่างวดแล้ว เดือนนี้เงินเหลือเพิ่มหรือหายไป? 2) ทำ “งบการเงินส่วนตัว” ก่อนคิดลงทุน สิ่งที่ฉันทำแล้วเห็นภาพมากคือทำตาราง 3 ช่อง: รายรับ / รายจ่าย / สินทรัพย์-หนี้สิน แล้วดูว่าแต่ละเดือนเรากำลัง “ซื้อทรัพย์สินเพิ่ม” หรือ “เพิ่มภาระ” กันแน่ หลายครั้งเราคิดว่าตัวเองออม แต่จริง ๆ เงินไปจมกับรายจ่ายแฝง 3) เงินสดไม่ใช่ขยะ แต่ไม่ควรนอนนิ่ง ประโยค “cash is trash” ของเขาตั้งใจสะกิดเรื่องเงินเฟ้อ ฉันตีความแบบกลาง ๆ คือควรมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อน (เช่น 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย) แล้วค่อยวางแผนให้เงินส่วนเกินไปอยู่ในที่ที่มีโอกาสเติบโตตามเป้าหมายความเสี่ยงของเรา แทนที่จะเก็บไว้ทั้งหมดในบัญชีเดียว 4) โฟกัส “เศรษฐกิจภายใน” = ทักษะทำเงิน อันนี้เป็นข้อที่ฉันชอบที่สุด: ต่อให้เศรษฐกิจภายนอกผันผวน แต่ถ้าเราเพิ่มทักษะขาย ทักษะเจรจา ทักษะทำคอนเทนต์ หรือทักษะบริหารเงิน เราจะสร้างรายได้ได้หลายทางขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดผู้ประกอบการของเขามาก สุดท้าย ถ้าคุณเข้ามาเพราะรูปพอร์ตเทรต Robert Kiyosaki หรือประโยคแรง ๆ ในภาพ “5 ความจริงของคนรวย ตามหลัก Robert Kiyosaki” ลองใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ฉันแนะนำให้แปลงเป็นแผนที่ทำได้จริง: ทำงบส่วนตัว → แยกหนี้ดี/เสีย → สร้างสินทรัพย์ที่มี cash flow ทีละก้าว แบบนี้ได้ประโยชน์จากแนวคิดโดยไม่ต้องเสี่ยงเกินตัว

ได้แนวคิดดี ๆ ขอบคุณครับ ต้องมองกำไร ผลตอบแทน แทนเงินเดือน👍👍