Automatically translated.View original post

SUMIFS Comic Edition

1/19 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “สูตร sumif” แต่พอเจอโจทย์จริงมักจะมีมากกว่า 1 เงื่อนไข เลยแนะนำให้รู้จักทั้ง SUMIF และ SUMIFS ไว้เลย จะได้เลือกใช้ถูกงาน 1) SUMIF vs SUMIFS ต่างกันยังไง? - SUMIF = รวม “ตามเงื่อนไขเดียว” โครงสร้างประมาณนี้: =SUMIF(criteria_range, criteria, sum_range) - SUMIFS = รวม “ตามหลายเงื่อนไข” (หรือใช้เงื่อนไขเดียวก็ได้) โครงสร้าง: =SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, criteria_range2, criteria2, …) ถ้างานคุณเป็นแนวสรุปยอดขายตามสถานะ/ทีม/เดือน แบบในตาราง Sales Pipeline ส่วนใหญ่ SUMIFS จะยืดหยุ่นกว่า 2) ตัวอย่างที่เจอบ่อย: สรุปยอดขายตามสถานะ สมมติคอลัมน์ B เป็น “สถานะ” (เช่น ติดต่อ/เจรจา/ปิดการขาย) และคอลัมน์ C เป็น “ยอดขาย” - อยากรวมยอดขายเฉพาะสถานะ “ติดต่อ” ใช้: =SUMIFS(C2:C7, B2:B7, "ติดต่อ") ทริคที่พลาดบ่อยคือ ถ้าเงื่อนไขเป็น “ข้อความ” ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด "..." เสมอ 3) ถ้าจะใช้ SUMIF ทำได้ไหม? ทำได้ถ้ามีเงื่อนไขเดียว เช่น =SUMIF(B2:B7, "ติดต่อ", C2:C7) แต่ถ้าวันหนึ่งเพิ่มเงื่อนไข “ทีม = A” หรือ “เดือน = ม.ค.” จะไปต่อยากกว่า SUMIFS 4) ใส่หลายเงื่อนไขใน SUMIFS (ใช้งานจริงมาก) เช่น ต้องการรวมยอดขายที่ “สถานะ=ติดต่อ” และ “ทีม=ทีม A” =SUMIFS(C2:C7, B2:B7, "ติดต่อ", D2:D7, "ทีม A") หลักคือ sum_range อยู่หน้าสุด แล้วค่อยจับคู่ (criteria_range, criteria) ไปเรื่อยๆ 5) BONUS TIPS ที่ช่วยให้สูตรไม่พัง - เงื่อนไขตัวเลขใช้เครื่องหมายเปรียบเทียบได้ เช่น ">=1000" หรือ "<500" - ถ้าจะอ้างอิงเงื่อนไขจาก “เซลล์” (เช่น เซลล์ F2 มีคำว่า ติดต่อ) ให้ใช้ =SUMIFS(C2:C7, B2:B7, F2) ไม่ต้องใส่คำพูด - ตรวจให้แน่ใจว่า sum_range และ criteria_range มีขนาดเท่ากัน (จำนวนแถวเท่ากัน) ไม่งั้นผลลัพธ์จะเพี้ยน/เออเรอร์ ถ้าคุณทำสรุปยอดขายรายวัน/รายสัปดาห์ แนะนำทำตารางสรุปสถานะไว้ด้านข้าง แล้วลากสูตร SUMIFS ลงมา จะเร็วกว่า “บวกเอง” มาก โดยเฉพาะตอนข้อมูลเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ