Davie Fogarty in 2018 vs now #success #rich #daviefogarty #fyp #entrepreneur
ถ้าใครกำลังค้นว่า “Davie Fogarty business” เราว่าจุดที่คนสนใจจริง ๆ คือเขาเริ่มจากศูนย์และพังมาก่อนเยอะมาก (ในภาพมีคำว่า “12 businesses failed”, “university dropout”, “lost”) แต่สุดท้ายกลับมาสร้างธุรกิจจนไปถึง “Forbes Under-30”, “$1 billion in sales” และยังเป็น “Shark Tank judge” ได้ด้วย เลยขอเล่าเป็นบทเรียนที่เราเก็บได้จากการไล่ดูเรื่องราวของเขา เผื่อเอาไปปรับใช้กับธุรกิจ/งานของตัวเองได้ 1) ความล้มเหลวไม่ใช่สัญญาณให้หยุด แต่เป็นข้อมูลให้ปรับ คำว่า “12 businesses failed” ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองมาก เพราะหลายคนล้มครั้งสองครั้งก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการทำธุรกิจแล้ว แต่ของ Davie มันสะท้อนว่า “ล้ม” เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดลองตลาดจริง ๆ สิ่งที่เราได้คือ ถ้าทำอะไรไม่เวิร์ก ให้จดว่าไม่เวิร์กเพราะอะไร: สินค้าไม่ตอบโจทย์, ช่องทางขายผิด, ต้นทุนสูงเกิน, หรือสื่อสารไม่ชัด แล้วเอาข้อมูลนั้นไปปรับรอบถัดไป 2) ไม่จำเป็นต้องมีเส้นทางเดียว เช่น ต้องจบมหาลัยก่อนถึงทำได้ คำว่า “university dropout” ไม่ได้หมายความว่าการเรียนไม่สำคัญนะ แต่ทำให้เราเห็นว่าเส้นทางผู้ประกอบการมันมีหลายแบบ บางคนเรียนจบแล้วค่อยทำ บางคนทำไปเรียนไป หรือบางคนออกมาโฟกัสการสร้างธุรกิจเต็มตัว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “ทักษะที่ตลาดต้องการ” เช่น การขาย การทำการตลาด การสร้างแบรนด์ การจัดการการเงิน 3) สร้างความน่าเชื่อถือด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ หลายคนรู้จักเขาผ่านคำว่า Forbes Under 30 หรือการเป็น Shark Tank judge ซึ่งเป็น “ตรารับรอง” ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดตราเหล่านี้คือผลลัพธ์จริง เช่น ยอดขายแตะระดับ $1 billion in sales เราเลยมองว่าเวลาสร้างแบรนด์หรือทำธุรกิจ ควรโฟกัส KPI ที่จับต้องได้ก่อน: ยอดขาย, กำไร, ลูกค้าซื้อซ้ำ, รีวิวจริง แล้วค่อยต่อยอดเป็นเครดิตในวงการ 4) ถ้าเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ ลองเช็กลิสต์แบบนี้ (ใช้ได้ทันที) - คุณแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าใน 1 ประโยค? - ลูกค้าคือใคร (อายุ/ไลฟ์สไตล์/งบประมาณ)? - ช่องทางที่ลูกค้าอยู่จริง ๆ คืออะไร (Google, TikTok, IG, Marketplace)? - จุดต่างจากคู่แข่งคืออะไร (ราคา/คุณภาพ/บริการ/เรื่องราวแบรนด์)? - วัดผลทุกสัปดาห์: ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า, อัตราปิดการขาย, อัตราซื้อซ้ำ สำหรับเรา เรื่องของ Davie Fogarty เป็นเคสที่ทำให้เห็นว่า “หลงทาง/ล้ม” ไม่ได้แปลว่าจบเกม ขอแค่เก็บบทเรียน ปรับเร็ว และทำซ้ำอย่างมีระบบ โอกาสโตแบบก้าวกระโดดก็เกิดขึ้นได้จริง
