iPadOS 26 โทรออกได้แล้ว !!!

2025/9/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครยังสงสัยว่า “iPad โทรได้ไหม” หรือ “ไอแพดโทรออกได้ไหม” คำตอบแบบเข้าใจง่ายคือ: iPad เองไม่ได้มีซิมโทรศัพท์แบบ iPhone (ส่วนใหญ่เป็นซิม Data) แต่พอมา iPadOS 26 มันทำให้ “การโทรจาก iPad” ใช้งานได้จริงและสะดวกขึ้นมาก เพราะมีแอป Phone บน iPadOS แล้ว จากที่ลองใช้ ฟีลลิ่งคือไม่ต้องหยิบ iPhone ในกระเป๋าบ่อย ๆ เวลาอยู่บ้าน/ทำงาน แค่เปิด iPad ก็โทรออก รับสาย และดู Call History ได้เลย หน้าตาใกล้เคียงกับบน iPhone มีประวัติการโทร รายชื่อ และหน้าจอสายเรียกเข้า (บางเครื่องยังมี Contact Photo & Poster ให้เห็นตอนโทรเข้าอีกด้วย) สิ่งที่ควรรู้ก่อน: การโทรบน iPad แบบนี้โดยมากจะทำงาน “ผ่านเครือข่าย” (Wi‑Fi/อินเทอร์เน็ต) และเชื่อมกับ iPhone ของเรา ไม่ได้หมายความว่า iPad กลายเป็นมือถือใส่ซิมแล้วโทรด้วยเบอร์ของ iPad เอง เช็กลิสต์ก่อนใช้งาน (จากประสบการณ์ที่เจอบ่อย) 1) อัปเดตเป็น iPadOS 26 และ iPhone ก็ควรอัปเดต iOS เวอร์ชันที่รองรับด้วย 2) ล็อกอิน Apple ID เดียวกันบน iPhone และ iPad 3) เปิด Bluetooth และอยู่ใกล้กันช่วงตั้งค่าแรก ๆ (บางเคสจะจับคู่กันง่ายกว่า) 4) เปิดการอนุญาตให้ “โทรจากอุปกรณ์อื่น” บน iPhone (เมนูเกี่ยวกับ Calls on Other Devices) พอตั้งค่าเสร็จ วิธีใช้ก็ง่ายมาก - เปิดแอป Phone บน iPadOS - เลือกรายชื่อจาก Contacts หรือกดเบอร์โทรในหน้า Keypad - โทรออกได้เลย และจะเห็นสถานะสาย/เวลาโทรคล้าย iPhone - ประวัติใน Call History ช่วยให้โทรกลับเร็ว ไม่ต้องไล่หาเบอร์ใหม่ คำถามที่คนค้นหาบ่อย ๆ - iPad โทรออกได้ไหมถ้าไม่มี iPhone? โดยทั่วไปฟีเจอร์โทรแบบนี้จะอาศัย iPhone เป็นตัวหลัก ถ้าไม่มี iPhone อาจต้องพึ่งแอปโทรผ่านเน็ต (เช่น VoIP) แทน - โทรผ่านเครือข่ายคืออะไร? คือการโทรที่วิ่งผ่าน Wi‑Fi/อินเทอร์เน็ตและซิงก์กับ iPhone ของเรา ทำให้ iPad เป็นเหมือน “หน้าจอรับสาย/โทรออก” เพิ่มอีกเครื่อง ทริคเล็ก ๆ ถ้าโทรไม่ติด - เช็กว่า iPhone กับ iPad ใช้ Apple ID เดียวกันจริง - ปิด/เปิด Wi‑Fi และ Bluetooth ใหม่ - รีสตาร์ตทั้งสองเครื่องหนึ่งรอบ (แก้ได้บ่อยกว่าที่คิด) สรุปคือ ถ้าคุณกำลังหาคำตอบว่า “ipad โทรได้ไหม” ตอนนี้ iPadOS 26 ทำให้โทรบน iPad สะดวกและเป็นเรื่องจริงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานบน iPad อยู่แล้ว จะรู้สึกว่าไม่ต้องสลับอุปกรณ์บ่อย ๆ เลย