รีวิวหนังสือ Bye Bye Bye ลับลา แลร้าง นิรันดร์

ไม่ได้เศร้าจนเสียน้ำ แต่เศร้าตลอดเวลาที่อ่าน

Bye Bye Bye ลับลา แลร้าง นิรันดร์

8 คะแนน หรือ ⭐⭐⭐⭐

เรื่องราวการจากไปของ “ลับตา” ผ่านมุมมองของคนที่มีความผูกพันจะใกล้ชิดหรือไม่ใกล้ชิดเท่าไหร่อย่างคนรัก ลูกจ้าง แม่ และรวมถึงแมวของเธอด้วย

ก่อนอ่านคิดว่าจะเป็นนิยายรักที่มีคนสองคนพบกันแล้วจากลากันทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ใช่ นี่เป็นนิยายที่แทบจะพูดถึงหรือสะท้อนความคิด ความรู้สึกของตัวละครที่ต้องจากลาจาก “ลับตา” ล้วน ๆ เลย แต่ก็สัมผัสถึงความรักได้อย่างชัดเจนมาก ๆ

ปกติเวลาอ่านนิยายรัก เราจะผูกพันธุ์หรือซึมซับความสัมพันธ์ของตัวละครไปเรื่อย ๆ แล้วพอมีการจากลาถึงจะเศร้า แต่เล่มนี้มันไม่มีส่วนนั้น แต่ก็เศร้าได้ เพราะผู้เขียนบรรความรู้สึกผ่านมุมของตัวละครที่มีความผูกพันกับผู้ตายออกมาได้หม่นหมอง อึมครึม เหงา และโคตรเศร้า

โดยรวมดีถึงดีมาก หม่น ๆ เศร้า ๆ ขม ๆ แบบที่ไม่มีหวานปะปนเลย ซึ่งถูกใจผมที่ช่วงนี้ต้องการอะไรขม ๆ มาก

การดำเนินจะค่อย ๆ เล่าถึงความคิดของตัวละครต่าง ๆ ที่มีต่อการจากไปของลับตา มันช้าก็จริงแต่น่าสนใจมาก ๆ ไม่น่าเบื่อ อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ อ่านง่าย เข้าใจง่าย แต่ละบทบอกชัดเจนว่าดำเนินผ่านมุมมองใคร อ่านแล้วติดมือมาก สามารถอ่านจบได้ภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมง

การคาดเดาเนื้อหา ตอนอ่านบทแรกผมว่ายาก เพราะตอนจบพีคมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์นั้นมันจะมาไวขนาดนี้ มันไม่ทันตั้งตัวเหมือนกับตัวละครในเรื่องที่ไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน ไม่รู้จะสปอยล์ไหม บทแรกดำเนินผ่านมุมมองลับตาที่มีต่อคน…จะเรียกว่าใกล้ชิดมันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นที่ตอนแรกผมคิดว่าจะดำเนินแบบนี้ทั้งเรื่อง แต่พออ่านบทต่อ ๆ ไปก็เป็นการดำเนินผ่านตัวละครที่พูดถึงในบทแรก เป็นอีกจุดที่ชอบ

สุดท้าย ถ้าใครอยากอ่านงานขม ๆ ผมแนะนำเลยครับ เป็นอีกเล่มที่ผมชอบประมาณนึงเลย ถึงแม้มันไม่ได้มีอะไรมาก แต่ก็เศร้ามาก ๆ ได้

ผู้เขียน : สลิล.

สำนักพิมพ์ : P.S.

หมวด : วรรณกรรมไทยร่วมสมัย

#นิยายไทย #นิยายขมๆ #นิยายเศร้าๆ #byebyebyeลับลาแลร้างนิรันดร์ #ลับลาแลร้างนิรันดร์

2025/11/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครเสิร์ชหา “Bye Bye Bye ลับลา แลร้าง นิรันดร์” แล้วลังเลว่าจะเหมาะกับตัวเองไหม เราขอเสริมจากประสบการณ์อ่านแบบไม่เน้นสปอยล์นะคะ/ครับ สิ่งที่ทำให้เล่มนี้ต่างจากนิยายรักเศร้าทั่วไป คือมันไม่ได้พาเราไป “ตกหลุมรักพร้อมตัวละคร” แบบค่อย ๆ สร้างความหวานแล้วค่อยหักมุมตอนลา แต่เปิดมาด้วยบรรยากาศการสูญเสียเลย แล้วค่อย ๆ ให้เราเห็นรอยต่อของความสัมพันธ์ผ่านมุมมองคนรอบตัวผู้จากไป ความรู้สึกจึงออกมาเป็นความอึมครึม เหงา ๆ และหนักแน่นมากกว่าแบบดราม่าน้ำตาท่วม แนะนำให้สังเกต “เสียงเล่า” ในแต่ละบทดี ๆ เพราะเล่มนี้ตั้งใจเปลี่ยนมุมมองชัดเจน ทำให้เราเห็นว่าคนหนึ่งคนทิ้งแรงกระเพื่อมไว้ในชีวิตคนอื่นได้หลายแบบ บางคนสนิทมากก็เจ็บแบบหนึ่ง บางคนไม่ได้ใกล้ชิดอย่างที่คิดก็เจ็บอีกแบบ ซึ่งนี่แหละที่อ่านแล้วจุก—มันเหมือนเตือนว่าเวลามีจำกัด และคำที่ยังไม่ได้พูดก็อาจไม่มีโอกาสได้พูด จังหวะการเล่าอาจดูช้าสำหรับคนชอบพล็อตเดินไว แต่ถ้าชอบงานที่พาเรา “จมอยู่กับความคิด” มากกว่าวิ่งตามเหตุการณ์ เล่มนี้จะอ่านเพลินแบบเงียบ ๆ ยิ่งอ่านต่อยิ่งอยากรู้ว่าแต่ละคนรับมือกับการจากไปยังไง โดยเฉพาะช่วงต้นที่หลายคนบอกว่าทำให้เดาเรื่องยาก และพอถึงจุดสำคัญมันมาเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเข้าธีมการสูญเสียมาก ๆ อีกอย่างที่ชอบคือรายละเอียดบรรยากาศของเล่มและงานออกแบบ—ปกกับที่คั่นเข้าชุดกัน มีภาพดอกชงโคสีชมพู-ม่วงร่วงบนพื้นโทนเข้ม มู้ดมันเข้ากับเรื่องสุด ๆ เหมือนเป็นการบอกลาที่สวย แต่เศร้า และสงบในเวลาเดียวกัน เหมาะกับใคร: คนที่กำลังหา “นิยายขม ๆ นิยายเศร้า ๆ” ที่เน้นอารมณ์และการตกตะกอนความรู้สึก ชอบวรรณกรรมไทยร่วมสมัย อ่านจบไว (ประมาณไม่ถึง 2 ชั่วโมงตามจังหวะส่วนตัว) แต่ไม่อยากได้ฉากหวานมาถ่วง ไม่เหมาะกับใคร: ถ้ากำลังอยากได้โรแมนซ์ชัด ๆ หรือพล็อตหวือหวา เล่มนี้อาจรู้สึกหม่นเกินไป เพราะโทนแทบไม่มีความหวานปะปนจริง ๆ ทิปก่อนอ่าน: แนะนำอ่านรวดเดียวจะอินกว่า เพราะอารมณ์มันต่อเนื่อง และหลังอ่านจบลองเว้นเวลาเงียบ ๆ สักนิด—เล่มนี้เป็นงานที่ไม่ได้ดังด้วยเหตุการณ์เยอะ แต่อยู่ที่ความรู้สึกที่ค้างอยู่ในหัวเราค่ะ/ครับ

ค้นหา ·
byebyebyeลับลาแลร้างนิรันดร์