รีวิวหนังสือ แด่คุณที่คิดถึง ในห้วงคำนึงไม่จางหาย

น่าจะตราตรึงใจไปอีกนานเลยแหละ

さよならの向う側 | Time To Say Goodbye | แด่คุณที่คิดถึง ในห้วงคำนึงไม่จางหาย

10 คะแนน หรือ ★ ★ ★ ★ ★

เล่มที่ 3 จากเซ็ท “แด่คุณที่คิดถึง” ซึ่งบอกไป 2 ครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องของอะไร แต่ก็จะบอกอีก เผื่อคนเพิ่งผ่านมาเห็น นิยายเล่มนี้เรื่องราวของผู้ที่ล่วงลับจากไป และได้ไปอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “อีกฝากหนึ่งของการบอกลา” พวกเขาได้รับโอกาสกลับไปที่โลกอีกครั้งเป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามไปพบกับคนที่รู้ว่าพวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว ถ้าหากไปพบกับคนเหล่านั้น ตัวเองก็จะแวบมาที่อีกฝากหนึ่งของการบอกลาทันที

พล็อต/เนื้อเรื่องดีมาก สนุก อบอุ่นหัวใจ ลึกซึ้ง กินใจ โดนใจจนทำผมเกือบน้ำตาไหล ในบทที่ 3 อีกแล้ว เล่มนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน การเชื่อมโยงของตัวละครแต่ละบทเข้าด้วยกันไม่งง อ่านง่ายสุดในสามเล่ม น่าจะเป็นเพราะค่อย ๆ อ่านด้วยแหละ ไม่อยากให้จบไว ๆ

การดำเนินเรื่องไม่ได้รวดเร็วมาก ดำเนินได้น่าสนใจ ถึงแม้จะเป็นเรื่องของคนที่จากไปเหมือนเดิม แต่เรื่องราวของแต่ละคนถือว่าใหม่ ทำให้น่าติดตาม ไม่มีจุดไหนน่าเบื่อเลย อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ อ่านแล้วติดมือมาก

การคาดเดาเนื้อหา ถึงแม้จะเดินทางมาถึงเล่มที่ 3 ก็ถือว่ายากมาก มันเป็นเรื่องของคนหลาย ๆ คนด้วยแหละ เราคงเดาอะไรไม่ได้หรอกว่าใครจะกลับไปทำอะไร ทำให้หลาย ๆ เหตุการณ์เกินคาด และพีคมาก ๆ อยู่

ช่วงท้าย ๆ คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะเอาเรื่องของผู้นำทางมาเขียนแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วแหละว่าตัวละครนี้เป็นไงมาไง แต่ก็ไม่ได้สนใจมาก เพราะมัวแต่โฟกัสกับคนที่เพิ่งล่วงลับมา ทำให้บทสุดท้ายมันแบบ โอ้ว! เกินคาดมาก ๆ

โดยรวมดีมาก ชอบมาก ประทับใจมาก โคตรกินใจ เล่มนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน อ่านง่าย เข้าใจง่าย อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ ไม่มีจุดไหนน่าเบื่อ มีบทที่ผมอินมาก ๆ อยู่ด้วย อินจนน้ำตาแทบไหลคือบทที่ 3 ซึ่งเป็นบทที่สั้นที่สุด สั้นมาก ๆ แต่โคตรทรงพลังกับใจผมเลย บทสุดท้ายก็ปิดจบเรื่องราวของสถานที่ที่เรียก “อีกฝากหนึ่งของการบอกลา” ได้ดีมาก ๆ สวยงามมาก เป็นเล่มแรกของสำนักพิมพ์นี้ที่ได้ 10 คะแนน และน่าจะเป็นเซ็ทที่ผมรักที่สุดเลยแหละ

สุดท้าย อยากฝากไว้ให้กับตัวเองและทุกคน

เราไม่รู้หรอกว่าคนที่เรารักหรือใครก็แล้วแต่จะจากเราไปวันไหน วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอกับเขาก็ได้ ฉะนั้นจงทำดีต่อกันไว้ มีอะไรจะบอกก็บอก จะได้ไม่เสียใจหรือมีเรื่องค้างคาที่ต้องแก้ไขหรือทำในภายหลัง ถ้าหากวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เราหรือเขาจะได้เจอกันจริง ๆ ไม่มีใครกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำผิดหรือทำสิ่งที่อยากทำต่อกันได้อีกแล้ว เพราะ “อีกฝากหนึ่งของการบอกลา” ไม่มีอยู่จริง

ผู้เขียน : ชิมิซุ ฮารุกิ

ผู้แปล : ธนัญ พลแสน

สำนักพิมพ์ : Piccolo

หมวด : วรรณกรรมแปล

#นิยายอบอุ่นหัวใจ #นิยายฮีลใจ #แด่คุณที่คิดถึงในห้วงคำนึงไม่จางหาย #ชิมิซุฮารุกิ #piccolopublishing

1/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมอ่าน “แด่คุณที่คิดถึง ในห้วงคำนึงไม่จางหาย (Time To Say Goodbye / さよならの向う側)” จบแล้ว สิ่งที่ติดอยู่ในหัวไม่ใช่แค่พล็อต 24 ชั่วโมงกับเงื่อนไขห้ามไปเจอคนที่รู้ว่าเราตายไปแล้ว แต่คือความรู้สึก “อยากเก็บอะไรสักอย่างไว้” ให้ความทรงจำไม่จางหายไปตามเวลา เราเลยเริ่มทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เข้ากับการอ่านมากที่สุด: ใช้ที่คั่นหนังสือให้เป็นเหมือนกล่องเก็บความทรงจำระหว่างหน้า 1) เลือกที่คั่นหนังสือให้เข้ากับอารมณ์ของเล่ม ถ้าเล่มนี้ให้ฟีลอบอุ่นปนเศร้า เราชอบใช้ที่คั่นโทนสีเรียบ ๆ หรือแบบมีลายปก/ธีมเดียวกับหนังสือ (บางคนมีของที่ระลึกภาพปกเดียวกันด้วย ยิ่งทำให้ฟีล “ยังคิดถึงอยู่” ชัดมาก) เวลาเปิดมาเจอที่คั่นเดิม ๆ มันเหมือนกลับไปอยู่ในอารมณ์ตอนอ่านตอนนั้นทันที 2) ใช้ที่คั่นหนังสือเป็น “หมุด” ให้ประโยคที่โดนใจ วิธีที่ทำให้ไม่จางหายจริง ๆ คือเขียนคำสั้น ๆ ลงบนที่คั่น (หรือแปะโพสต์อิทเล็ก ๆ บนที่คั่นแทนถ้าไม่อยากเขียน) เช่น “บทที่ 3” “ท้ายเล่ม” หรือคำเดียวที่สรุปความรู้สึกตอนนั้น พอเวลาผ่านไปกลับมาเปิดอ่านซ้ำ เราจะจำได้ว่าทำไมถึงอิน และอินกับตรงไหน 3) ที่คั่นหนังสือ 2 อันสำหรับเล่มที่มีหลายเส้นเรื่อง เล่มนี้มีหลายตัวละคร หลายเหตุการณ์ที่เดายาก ลองใช้ที่คั่น 2 อัน: อันหนึ่งคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ อีกอันคั่นหน้าที่เป็นจุดพีค/เฉลย/จุดที่ชอบมาก วิธีนี้ช่วยให้ย้อนกลับไปอ่านช่วงสำคัญได้ไว โดยเฉพาะถ้าอยากกลับไปเก็บรายละเอียดของ “ผู้นำทาง” ตอนท้าย ๆ 4) ทำที่คั่นหนังสือเองแบบง่าย ๆ ถ้ามีรูปโทนเดียวกับปกหรือรูปของที่ระลึกเล็ก ๆ ลองปริ้นต์/ตัดทำเป็นที่คั่น แล้วเคลือบใสหรือใส่ซองพลาสติกบาง ๆ กันพัง ใช้ไปนาน ๆ ก็ยังไม่เละ และมันให้ความรู้สึกส่วนตัวมาก เหมือนเราสร้างชิ้นส่วนเล็ก ๆ เพื่อให้เรื่องราวไม่จางหายจากชีวิตจริง สุดท้าย พออ่านจบแล้วคั่นหน้าสุดท้ายไว้สักพัก ก่อนปิดเล่ม เราจะได้ทบทวนประโยคที่ตัวเองอยากจำ—เพราะในชีวิตจริง “อีกฝากหนึ่งของการบอกลา” อาจไม่มีอยู่จริง แต่ความตั้งใจที่จะทำดีต่อกันตั้งแต่วันนี้ ยังทำได้เสมอ